http://www.duangden.com
คิดยังงัย ... เขียนไปอย่างงั้น
 
 

คนจำนวนมากมักยึดติดอยู่กับเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ของชีวิตเท่านั้น เพียงเพราะคิดไปว่าส่วนที่ตนเอง “เป็นอยู่”คือจุดหมายสูงสุดของชีวิต และจากสิ่งที่เขายึดติดอยู่ทำให้เขากลายเป็น “กบ”ที่อาศัยอยู่ในกะลาแคบและมืดทึบ ไม่ยอมเปิดตัวเองเพื่อออกไปสำรวจดูโลกกว้าง คงไม่ผิดนักหากจะเปรียบคนที่ใช้ชีวิตที่ไร้ซึ่งการแสวงหาว่าเป็นเสมือน “กบในกะลา” เพราะเขาเหล่านั้นย่อมไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับความงามที่ตนเองไม่เคยคิดแม้แต่จะไขว่คว้า น่าเสียดายแทน...ที่เพียงเกิดมาแล้วก็ตาย เคยคิดมั๊ยว่าชีวิตคนเรามีเพียงเท่านี้จริง ๆ รึเปล่า ???

ช่วงชีวิตที่ผ่านมา ฉันก็คงไม่ต่างไปจาก “กบ” ที่ไม่เคยใส่ใจกับสิ่งรอบตัวมากไปกว่าความเป็นอยู่ที่สุขสบายของตัวเอง อาจเป็นเพราะที่แล้วมา ฉันดำเนินชีวิตอย่างไร้แก่นสาร เพียงเพื่อให้ผ่านไปวันหนึ่ง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป และด้วยวุฒิภาวะที่มากขึ้น กอปรกับโลกทัศน์ทางความคิดที่เปิดกว้างจากการศึกษาปรัชญาตะวันตก และการหันกลับมาใส่ใจในศาสนา ทำให้ฉันรู้สึกว่าโลกใบนี้กว้างกว่าที่ฉันเคยคิดไว้ ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ฉันตั้งใจว่าจะพยายามศึกษาและเรียนรู้จากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว แม้ใครหลายคนอาจมองว่าไร้คุณค่า แต่สำหรับฉันแล้วสิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันได้รู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้น และฉันก็ดีใจที่ได้เริ่มแสวงหา...จากความว่างเปล่าภายในตัวเอง

จากความเชื่อบางอย่างของฉันเอง...ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานที่ว่า แทบทุกคนบนโลกในนี้ต่างก็ปรารถนาที่ไปถึงยังจุดหมายปลายทางแห่งความฝัน และอยากจะมีชีวิตที่ดี... จริง ๆ แล้วมันก็ไม่แปลกที่คุณหรือฉันจะคิด หรือจะฝันอย่างนั้น เพราะเราต่างก็เป็นเพียงปุถุชนคนเดินดินธรรมดา ที่ตัดไม่ขาดจากความอยาก... แต่คุณเคยตั้งคำถามกับตัวเองมั๊ยว่า...แล้วชีวิตที่ดีของคุณเป็นอย่างไร ? หรือเพียงแค่เป็นคนร่ำรวยเงินทอง มีชื่อเสียง ตำแหน่งหน้าที่การงานดี มียศฐาบรรดาศักดิ์ เป็นที่เชิดหน้าชูตาในสังคม ไม่ว่าจะย่างก้าวไปทางไหนก็มีคนกราบไหว้ (ไม่ต่างไปจากศาลพระภูมิเคลื่อนที่)

ไม่สำคัญว่าคุณคิดอย่างไร เพราะฉันไม่อาจทราบได้ แต่ “ชีวิตที่ดี” สำหรับฉันแล้ว อาจขัดแย้งหรือคล้ายคลึงกับทรรศนะและความรู้สึกของใครหลายคน แต่ทั้งหมดที่ฉันอยากจะเล่าต่อไป เป็นเพียงทรรศนะของ “กบ” ตัวนึง ที่พยายามแสวงหาความเข้าใจโลกและตัวเอง

หากจะกล่าวถึง “ชีวิตที่ดีตามทรรศนะของฉัน” นั้น เป็นการยากที่จะตอบ เพราะคำตอบนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ฉันยังคงแสวงหาในความไม่รู้ของตัวเองที่ว่า “ชีวิตคืออะไร” และ “ดีคืออะไร” แต่ถ้าหากจะถามความรู้สึกภายใน โดยไม่อิงตำราหรือทฤษฎีที่มนุษย์ผู้คิดว่าตนเองฉลาดสร้างขึ้น เพียงเพื่อยุติการแสวงหาความจริงของสรรพสิ่ง อาจจะพูดได้ว่า ชีวิตที่ดีของฉันคือชีวิตที่ “เป็นอยู่” ณ เวลานี้ ในบทบาทที่เป็น “ฉัน” เพราะบทบาทชีวิตที่เป็น “ฉัน” นั้น มีเพียงครั้งเดียวและเป็นเศษเสี้ยวของบทบาทแห่งชีวิตอันยาวนาน ในเมื่อชีวิตเป็นของฉัน ฉันก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า และต้องเล่นบทบาทนี้เท่าความสามารถที่มี

จะว่าไปแล้ว “ชีวิด” นั้นเป็นสิ่งยากที่จะนิยามหรือสรุปลงไปได้ว่า ชีวิตที่ดีตามทรรศนะของฉันคืออะไร หรือมีความหมายอะไรมากไปกว่าการมีลมหายใจอยู่ แต่ต่อไปนี้เป็นความพยายามที่จะอธิบายชีวิตที่ดีในทรรศนะ และความเชื่อของฉัน

ความมหัศจรรย์แห่งชีวิตคือ “การเกิด” เพราะการเกิดเป็นจุดเริ่มต้นแห่งชีวิต สรรพสิ่งเริ่มต้นเมื่อเกิด ความรักเริ่มต้นเมื่อเกิด ความทุกข์เริ่มต้นเมื่อเกิด ความตายเริ่มต้นเมื่อเกิด นับเป็นโชคดีของฉันที่ต้องเผชิญกับการเกิดอยู่ตลอดเวลา การเกิดครั้งยิ่งใหญ่ที่คงอยู่ในความทรงจำอันลางเลือนของฉันก็คือการเกิดจากแม่ที่รัก ซึ่งชีวิตในส่วนนี้ของฉันยังดำเนินอยู่ในกาลปัจจุบัน และการเกิดก็ยังคงดำเนินอยู่เรื่องมากระทั่งปัจจุบัน หากแต่รูปแบบของการเกิดอาจจะแตกต่างกันไปตามกาลและเวลา แต่ในที่สุดแล้ว...การเกิดของวาระสุดท้ายในบทบาทที่เป็น “ฉัน” นั้น เป็นการละทิ้งบทบาท ผลงาน บทสรุป และอนุสรณ์แห่งชีวิตไว้เบื้องหลัง เพื่อเริ่มต้นบทบาทใหม่ และนำพาวิญญาณของตนเองไปยังจุดหมายปลายทางที่เคยคิดฝันไว้ แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่สามารถนำประสบการณ์ตรงนั้นไปบอกเล่าแก่ใครได้ ดูแล้วชีวิตคนเราสั้นกว่าที่คิดไว้ หรือบางครั้งสั้นเสียจนเราไม่สามารถทำอย่างที่ใจฝันได้ ดังนั้นท่ามกลางการเกิดในบทบาทที่เป็น “ฉัน” ฉันจึงตั้งใจที่สร้างผลิตผล และถ่ายทอดความนึกคิดบางอย่างไว้ เพื่อจะได้อยู่ในหัวใจของคนที่เราทิ้งไว้ข้างหลัง

ในบทบาทที่เป็นเพียงคนธรรมดาคนนึงที่ชีวิตไม่มีอะไรโลดโผน และไม่มีอะไรให้ใครมาใส่ใจ กลับเป็นสิ่งที่สร้างความภูมิใจให้กับตัวฉันเอง หลายสิ่งที่ฉันคิดว่าดีแต่หลายคนกลับมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่นั่นคือชีวิตของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิในชีวิตเราเท่าตัวเราเอง เพราะสิ่งหนึ่งที่ฉันปรารถนา คือการไม่นำพาชีวิตตนเองไปผูกไว้กับสายตาคนรอบข้าง

ในขณะที่บทบาทที่เป็น “ฉัน” ยังดำเนินอยู่ ฉะนั้นฉันจึงมีสิทธิที่จะคิด หรือฝัน แต่ฉันไม่เคยตั้งความหวังกับชีวิตข้างหน้าว่าจะต้องมีรูปแบบอย่างไร เพราะนั่นเท่ากับเป็นการสร้างกรอบให้กับชีวิตของตน ทำให้การแสวงหาในบางสิ่งที่คับข้องใจนั้นคับแคบ เห็นแก่ตัว และการรอคอยบางอย่างที่ตนเองรู้ว่ากำลังจะมาถึง หรือการล่วงรู้ว่าบางสิ่งจะต้องมาอย่างแน่นอนนั้นทรมานกว่าการรอคอยที่ไร้จุดหมาย และสิ่งหนึ่งคือฉันเกรงว่าถ้าฉันไปไม่ถึงอย่างที่หวัง ในเวลานั้นฉันจะมีชีวิตอย่างไร ฉันไม่ปฏิเสธว่ามีชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัว ไม่ว่าจะเป็นกลัวความสูญเสีย การพลัดพราก กลัวความผิดหวังเช่นเดียวกับคุณ แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่ใช่ความทุกข์สำหรับฉัน เชื่อมั๊ยว่า...ในบางขณะคนเราสามารถทำตัวให้ว่างเปล่า ไม่รับรู้ถึงสภาวะรอบตัว หรือแม้กระทั่งการไม่เคยใส่ใจหรือให้คุณค่ากับความทุกข์ กลับทำให้ชีวิตเรามีความสุข

บทบาทที่เป็น “ฉัน” ที่ผ่านมา หลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ชวนให้เศร้าหมอง แต่ในเมื่อเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขความผิดพลาดที่ผ่านมาได้ จึงอยู่ที่เราจะเลือกจดจำในสิ่งที่ดี เพื่อที่เราจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น สิ่งสุดท้ายที่ฉันอยากบอกคุณคือ จงมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน และอย่าไปคาดหวังกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่จงอย่าหยุดฝัน เพราะความฝันนั้นเป็นเสมือนแรงบันดาลใจให้ฉันและคุณ...พยายามมีชีวิตอยู่ต่อไป.

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Friday 6 October, 2006 4:05 PM