ศาสนากับเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์
 

ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำำภาควิชามนุษยศาสตร?
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


***

ศาสนาประเภ?"เอกเทวนิยม" (Monotheism) เป็นศาสนาที่เกิดจากความเกรงกลัวภัยที่มนุษย์นำมาสู่มนุษย์ด้วยกันเอง เช่น การกดขี่เบียดเบียนกั?หรือสงคราม เป็นต้?เป็นศาสนาที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขทางประวัติศาสตร?ศาสนายูดาย (Judaism) อันเป็นต้นแบบของศาสนาประเภ?"เอกเทวนิยม" ที่เกิดขึ้นในคาบสมุทรอารเบียเป็นตัวอย่างที่ชัดเจ?เมื่อครั้งที่ชนชาติยิวตกเป็นทาสของอาณาจักรอียิปต์โบราณนั้น ได้รับความทุกข์ทรมานและต้องการปลดปล่อยชนชาติของตนเองให้เป็นอิสระ แต่ภายใต้สถานการณ์ที่เป็นข้าทาสนั้?ชนชาติยิวจะต้องมีเงื่อนไขที่เข้มงวดที่สุ?2 ประการ

ประการแร?จะต้องมีผู้นำเพียงคนเดียวเท่านั้?และจะต้องเชื่อผู้นำคนนั้นอย่างสุดจิตสุดใ?(เพราะถ้ามีผู้นำหลายคนแล้?ความเห็นอาจแตกแย?จะทำการใหญ่ไม่สำเร็จ) สำหรับชนชาติยิวในสมัยนั้นแล้?โมเส?(Moses) คือผู้นำคนนั้น ประการที่สอง จะต้องมีอุดมการณ์เป็นหนึ่งเดีย?ในสมัยโบราณไม่มีอุดมการณ์ใดที่จะรวมผู้คนได้มากไปกว่าอุดมการณ์ทางศาสน?โมเสสจึงบอกให้ชาวยิวทิ้งพระเจ้าอื่นๆให้หมด แล้วหันมานับถือพระเจ้าองค์เดียวกันคื?"พระยโฮวา" (Yahwey) โดยโมเสสได้อ้า?"บัญญัต?10 ประการ" (Ten Commandments) เพื่อรวมชาวยิวให้เป็นปึกแผ่น ด้วยเงื่อนไขที่เข้มงวดที่สุดสองประการนี้ โมเสสได้นำประชาชาติยิวหนีกองทัพอียิปต์ ข้ามทะเลแดงมาขึ้นฝั่งที่ดินแดนปาเลสไตน์ได้สำเร็จ คำสอนของโมเสสได้ถูกบันทึกเรียบเรียงในเวลาต่อมา กลายเป็นคัมภีร์ไบเบิลเก่?(Old Testament) ขึ้นมา เงื่อนไขทางประวัติศาสตร์นี้ก่อให้เกิดศาสนาประเภท "เอกเทวนิยม" ขึ้น และกลายเป็นต้นแบบของศาสนาในคาบสมุทรอารเบียในเวลาต่อม?

กาลเวลาผ่านไปอีกนับพันปี อาณาจักรโรมันซึ่งมีกรุงโรมเป็นศูนย์กลางได้เรืองอำนาจขึ้นทั่วทั้งยุโร?และปกแผ่อำนาจทางทหารมาถึงอาณาจักรอียิปต์และคาบสมุทรอารเบีย พระนางคลีโอพัตราซึ่งเป็นชาวกรีกและกลายมาเป็นราชินีแห่งอียิปต์ได้สูญเสียอำนาจแก่จักรวรรดิโรมันอันยิ่งใหญ่ และชนชาติยิวเองก็ตกอยู่ใต้อำนาจทางทหารของอาณาจักรโรมันอีกครั้งหนึ่?ภายใต้เงื่อนไขนี้ได้เกิดมีผู้นำชาวยิวคนหนึ่งขึ้นมาชื่อว่?"เยซุ" (Jesus) พระเยซูเป็นผู้ที่รื้อฟื้นศาสนาประเภท "เอกเทวนิยม" ขึ้นมาใหม่ โดยยืนยันเช่นเดียวกับโมเสสว่?"ความรอ? ของประชาชนในคาบสมุทรอารเบี?จะต้องผ่าน "ศาสด? (คือพระเยซู) เพียงคนเดียว และจะต้องนับถือพระเจ้า (พระยโฮวา) เพียงองค์เดียวเท่านั้น และเพื่อให้การรวมตัวกันเป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้น มีการอ้างว่า "พระเยซูคือพระเจ้? เสียเอ?และมีการนำอิทธิปาฏิหาริย์เข้ามาเกี่ยวข้อ?เช่น พระเยซูเกิดจากท้องของมาเรียซึ่งเป็นหญิงพรหมจรรย์ (แม้ว่าจะมีคู่หมั้นคือโจเซฟแล้วก็ตา? และพระเยซูฟื้นจากความตายแล้วร่างกายลอยขึ้นสู่สวรรค?เป็นต้?

ครั้งแรกพระเยซูมีผู้ติดตามไม่มากนั?ต่อมาสานุศิษย์ได้เพิ่มขึ้นเรื่อย?อย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวของพระเยซูทั้งหมดนี้ไม่รอดพ้นสายตาของกรุงโรม พระจักรพรรดิแห่งโรมมองว่?พระเยซูคือผู้นำท้องถิ่นที่กำลังรวบรวมไพร่พลเพื่อต่อต้านอำนาจของอาณาจักรโรมัน ในที่สุดมีคำสั่งจากโรมให้จับพระเยซูประหารชีวิตในข้อหากบฏ วิธีประหารชีวิตของโรมันสมัยนั้นคือการตรึงกางเข?พระเยซูถูกตรึงกางเขนพร้อมกับนักโทษประหารคนอื่น?(ไม้กางเขนจึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์ในสมัยต่อมา เนื่องจากสัมพันธ์กับการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู) เหล่าสานุศิษย์ได้หลบลงใต้ดินเพื่อหลีกหนีการจับกุมของทหารโรมั?ต่อมาสานุศิษย์ได้ช่วยกันเรียบเรียงคำสอนของพระเยซูขึ้นมาเป็นลายลักษณ์อักษ?กลายเป็นคัมภีร์ไบเบิลใหม?(New Testament)

แม้อาณาจักรโรมันจะเป็นผู้ประหารชีวิตพระเยซ?แต่พระจักรพรรดิแห่งกรุงโรมองค์ต่อๆ มาก็ได้หันมายอมรับนับถือศาสนาคริสต?ทำให้ศาสนาคริสต์แผ่กระจายไปทั่วทั้งยุโรปและตะวันออกกลา?หลังพระเยซูสิ้นพระชนม์ประมาณ 500 ปี ความเชื่อเรื่อ?"เอกเทวนิยม" เริ่มเลือนรางลงในคาบสมุทรอารเบีย เพราะเงื่อนไขที่ต้องการให้ประชาชนมีอุดมการณ์ร่วมกันเพียงหนึ่งเดียวเริ่มหมดไป ประชาชนส่วนใหญ่จึงหันไปบูชาเทพเจ้าและสักการะเทวรูปต่าง?(ด้วยอิทธิพลทางประติมากรรมจากกรีซ) ตามที่ตนเองเคารพนับถือ

ต่อมาที่เมืองเมกกะเกิดผู้นำคนหนึ่งขึ้นชื่อว่?"มูฮัมหมั? (Muhammed) ต้องการฟื้นฟูความเชื่อเรื่อง "เอกเทวนิยม" ขึ้นมาใหม่ มูฮัมหมัดอ้างว่าตนเองเป็?"ศาสด? (Prophet) องค์สุดท้ายของพระเจ้าซึ่งมีพระนามว่า "อัลเลาะห? (Allah) และประกาศว่ามนุษย์จะเข้าถึงอาณาจักรของพระเจ้าได้ก็แต่โดยผ่านคำสอนของตน (ซึ่งเป็นพระวจนะโดยตรงจากพระเจ้? เท่านั้น คำสอนของมูฮัมหมัดที่ถูกบันทึกนี้เรียกว่า "อัลกุรอ่าน" (Koran) นับเป็นคัมภีร์ของศาสนาที่เกิดขึ้นใหม่ที่มีชื่อว่?"อิสลาม" (Islam)

มูฮัมหมัดประกาศว่า การบูชารูปเคารพขัดกับหลักการของศาสนาอิสลาม ทำให้เกิดความขัดแย้งกับคนส่วนใหญ่ที่เมืองเมกกะซึ่งยังบูชาเทวรูปอยู่จนกระทั่งเกิดเป็นสงคราม มูฮัมหมัดมีกำลังน้อยกว่าและสู้ไม่ได้ จึงพากองทัพหนีไปเมืองเมดินะและต้องต่อสู้กับชาวเมืองเมดินะจนได้รับชัยชน?จากนั้นมูฮัมหมัดจึงนำกองทัพกลับไปยึดเมืองเมกกะได้สำเร็?นับแต่นั้นเมกกะจึงกลายเป็นศูนย์กลางของศาสนาอิสลา?สงครามที่เกิดขึ้นในยุคศาสดามูฮัมหมัดนั้น มุสลิมส่วนใหญ่อ้างว่าเป็นสงครามป้องกันตนเอ?และมูฮัมหมัดเองก็ได้บัญญัติกฎเกณฑ์ในการทำสงครามไว้ (ซึ่งกฎเกณฑ์เหล่านี้ถูกตีความไปหลากหลาย ทั้งแบบอนุรักษ?แบบสายกลาง และแบบสุดโต่งในยุคปัจจุบัน)

หลังยุคมูฮัมหมัดผู้นำกองทัพอิสลามอันมีชื่อเรียกโดยตำแหน่งว่า "กาหลิบ" ได้ทำสงครามครูเสดกับคริสตจักรเป็นระยะเวลาอันยาวนานกว่า ๒๐?ปี ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ทำให้ยุโรปมีชนชาติที่นับถือศาสนาอิสลามและตะวันออกกลางมีชนชาติที่นับถือศาสนาคริสต์เป็นจำนวนไม่น้อ?ทางด้านตะวันออกกองทัพของ "กาหลิบ" ได้เข้ายึดครองเอเชียกลางทั้งหม?ทำให้เอเชียกลางซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นดินแดนพุทธศาสนาต้องกลายเป็นดินแดนของอิสลามไป กองทัพ "กาหลิบ" ยังได้ยึดครองภาคเหนือของอินเดี?บุกเผาทำลายวิหารฮินดูและวัดในพุทธศาสนาเป็นอันมาก รวมทั้งได้เผาทำลายมหาวิทยาลัยนาลันทาและห้องสมุดอันยิ่งใหญ่อีกด้ว?(มุสลิมส่วนใหญ่อ้างว่ากองทั?"กาหลิบ" กระทำการไปด้วยเหตุผลทางการเมือ?มิใช่ด้วยเหตุผลทางศาสน?

การยึดครองอินเดียของกองทัพ "กาหลิบ" เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พุทธศาสนาสูญสิ้นไปจากอินเดีย และทำให้แผ่นดินอินเดียจำนวนไม่น้อยกลายเป็นดินแดนอิสลาม ศาสน?"เอกเทวนิยม" จึงเป็นศาสนาที่สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์อย่างแยกไม่ออ?ส่งผลกระทบต่อความรุ่งเรืองหรือความเสื่อมของศาสนาอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได?

***

ที่ม?: หนังสือพิมพ์มติชนรายวั? ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ ?กรกฎาค??? ๒๕๔๘ ปีที?๒๙ ฉบับที?๑๐๓๔? คอลัมน์หน้าต่างความจริ? หน้า ?

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 9:19 PM