ทรรศนะหนึ่งเกี่ยวกับ ... ปรัชญา - มนุษย์ - โล?/div>
 
 
ปรัชญาคืออะไ?มีค่าแค่ไห?เป็นปัญหาอยู?บางคนหวังที่จะได้รับความรู้พิเศษพิศดาร บางคนพิจารณาเห็นเป็นเรื่องของความคิดที่ไร้สาระ บางคิดคิดว่าเป็นผลความพยายามที่มีคุณค่าของคนที่ฉลาดผิดธรรมดา หรือมิฉะนั้นก็ดูแคลนว่าเป็นการพินิจที่เพื้อฝันและไร้ความจำเป็น บางคนเห็นปรัชญาเป็นเรื่องที่พัวพันกับมนุษย์ทุกคน ด้วยเหตุนี?โดยหลักการแล้วจึงควรเป็นสิ่งง่ายและเข้าใจได้ บางคนก็เเห็นว่าเป็นเรื่องยากยิ่งและไร้ความหวังที่จะได้ประโยชน์จากการไปเกี่ยวข้องด้วย

สำหรับผู้ที่ยึดมั่นเคยชินกับวิทยาศาสตร์ยิ่งซ้ำร้าย เพราะปรัชญามิได้ยังผลอันใดซึ่งถือใช้เป็นกฎเกณฑ์ทั่วไปได้ มิใช่สิ่งที่เมื่อรู้แล้วก็ได้เป็นสมบัต?ขณะที่วิทยาศาสตร์ให้ความรู้ที่แน่นอนและใช้ได้ทั่วไ?ปรัชญาไม่เคยได้รับความสำเร็จเช่นนั้น ทั้งที่พยายามมาเป็นพัน ?ปี ในปรัชญานั้นไม่มีความรู้อันใดที่เป็นบั้นสุดท้ายและเป็นที่ยอมรับโดยเอกฉันท์

ผิดกับวิทยาศาสตร?ความคิดทางปรัชญามิได้มีลักษณะหนึ่งซึ่งแสดงถึงกระบวนการความก้าวหน้า จริงอยู่ เรามาไกลกว่าฮิปโปคราติ?แพทย์ชาวกรีกผู้นั้นมาก แต่เรามิอาจกล่าวได้ว่า เรามาไกลกว่าเปลโ?เพียงในด้านความรู้วิทยาศาสตร์ทางวัตถุเท่านั้นที่เรามาไกลกว่า ในด้านปรัชญาเราอาจล้าหลังกว่าปลาโตเสียอี?

ความสำเร็จในทางปรัชญ?ผิดแปลกไปจากความสำเร็จในทางวิทยาศาสตร์ตรงที่ว่?จำต้องสละความหวังที่จะให้เป็นที่ยอมรับเป็นเอกฉันท์ของบุคคลทั่วไป ทั้งนี้เนื่องมาจากธรรมชาติของปรัชญาเอง "ความจริง" หรือ "ความแน่นอน" ทางปรัชญามิใช่ "ความจริง" ในทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งคล้องจองเหมือนกันหมดสำหรับทุกคนที่มีสติปัญญา ความเข้าใจ แต่เป็นการ "ตระหนั?quot; ส่วนตัวของแต่ละบุคคลที่หยั่งลึกและกระทบกระเทือ?"แก่น" ของความเป็นมนุษย์ในฐานะที่เป็นมนุษย์ (มิใช่ในฐานะเป็นเพียงสัตว์โลก) เป็นความรู้ที่เกี่ยวกับความจริ?ซึ่งเมื่อฉายแสงไปที่ใดก็กระจ่างสว่างลึกซึ้งกว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ใด ?

ในเรื่องที่เกี่ยวกับปรัชญานั้น เกือบทุกคนอยู่ในฐานะที่จะมีส่วนร่วมให้ความคิดเห็นได้ เป็นที่ทราบดีว่าในวิทยาศาสตร์นั้?ปัจจัยที่จะนำไปสู่ความเข้าใจคือการศึกษ?เรีย?อบรม และมีกรรมวิธีต่า??แต่ในทางปรัชญา อาจกล่าวได้ทีเดียวว่าทุกคนมาสามารถ "ร่วมพู?quot; ด้วย ได้โดยไม่ต้องศึกษาพิเศาเป็นการเฉพาะเจาะจ?ความเป็นมนุษย์เอ?โชคชะตาของตัวเอง ประสบการณ์ของตัวเอ?เป็นปัจจัยที่พอเพียง

ความจะต้องเป็นที่ยอมรับทั่??ไปว่?พื้นฐานของปรัชญาเป็นเรื่องสำหรับบุคคลธรรมดาสามัญจะเข้าใจ ส่วนวิถีทางซึ่งค่อนข้างจะคดเคี้ยวยุ่งยากของปรัชญ?ซึ่งศาสตราจารย์และ "ผู้เชี่ยวชาญ" ทางปรัชญาเลือกเดินนั้น จะมีความหมายก็ต่อเมื่อเป็นหนทางซึ่งผลที่สุดจะมารวมกับทางเดินขอ?"ความเป็นมนุษย์"

ความคิดทางปรัชญาทั้งหลายจะต้องเกี่ยวกับพื้นฐานและการดำรงอยู่ขอ?"ชีวิ?quot; แต่ละคนจะต้องดำเนินการคิดด้วยตนเอง คนอื่นจะคิดแทนให้ไม่ได?

คำถามของเด็กเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ผู้ใดก็ตาม อาจมีความคิดเห็นทางปรัชญาได้ บ่อยครั้งทีเดียวเราได้ยินจากปากเด็กซึ่งเมื่อพิจารณาในสาระแล้วตรงเป้าหมายอันลึกซื้งของปรัชญ?

"พ่อครั?คนเรามาจากไห?ตายแล้วไปไหน"

เด็กคนนี้คิดถึงปัญหาเบื้องต้นของชีวิ?ถึงการดำรงอยู่ และการจากไปซึ่งพัวพันกับปัญหาอันยิ่งใหญ่ทางศาสนา

"ลูกพยายามคิดว่าลูกเป็นคนอื่น แต่ก็พบว่าเป็นตัวเองอยู่ร่ำไ?quot;

เด็กคนนี้คำนึงถึงต้นเหตุของความแน่นอนทั้งหลา?ถึงความตระหนักในการเป็นและดำรงอยู่ ถึงความตระหนักในตัวเอง เขาแปลกใจในปริศนาของความเป็น "ตัวของฉั?quot;

เด็กอีกคนหนึ่งก้าวบันไดขึ้นบ้า?ทันใดก็คิดขึ้นมาได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนเดิ?ผ่านพ้นไ?เหมือนกับไม่เคยเกิดขึ้?

"แต่จะต้องมีอะไรบางอย่างที่มั่นคงแน่นอน อย่างที่ลูกกำลังก้าวขึ้นบันไดนี้ ลูกอยากยึดถือรักษาไว?quot;

ความสนเท่ห?ความตระหนกและหวั่นไหวที่มองเห็นถึงการผันแป?ไม่แน่นอนทั้งหลายแหล่ในโลก และพยายามหาทางออกอย่างเด็ก

ใครก็ตามที่สนใ?จะรวบรวมเรื่องเล่าและคำพูดถึงปรัชญาของเด็กได้มากมา?ข้อโต้แย้งที่ว่าเด็กอาจได้ยินมาก่อนจากบิดามารด?หรือผู้อื่นนั้?มิอาจถือเป็นข้อโต้แย้งได้จริงจังสำหรับผู้ที่มีความใคร่ครวญ และความสัตย์ต่อตัวเอ?

ข้อโต้แย้งที่ว่า อันที่จริงเด็กยังคิดอย่างปราชญืไม่ได?ที่พูดออกมานั้นเป็นเพียงบังเอิญเท่านั้?ข้อโต้แย้งนี้มองข้ามข้อเท็จจริงประการหนึ่ง กล่าวคือบ่อยครั้งที่เด็กมีความเป็นอัจฉริยะ ซึ่งได้สูญเสียไปเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ราวกับว่าในปีที่ผ่านพ้นไปซึ่งเป็นปีแห่งการจองจำอยู่กับความเคยชินต่อระเบียบ และความคิดเห็นของสังคม ความคลุมเครื?และการยอมรับเอาโดยไม่ไต่ถามเข้ามาแทนที?ในขณะที่ต้องสูญเสียความสามารถที่จะมองโลกและชีวิตด้วยสายตาบริสุทธิ์ของเด็?เด็กยังอยู่ในภาวะชีวิตที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จึงรู้สึ?เห็น และถามในสิ่งซึ่งไม่ช้าตนเองก็จะคลายความสนใ?หรือตนเองเดินก้าวผ่านไ?ปล่อยให้สิ่งซึ่งเผยแก่ตนเพียงชั่วครู่หนึ่งให้หลุดไ?ดังนั้?จึงมักแปลกใจที่ผู้ใหญ่มาซักไซ้ไล่เลียงตนเองในภายหลังถึงสิ่งที่ตนได้เคยพูดหรือได้ถามไว้

ความคิดทางปรัชญาแสดงออกกับเด็กฉันใ?ก็อาจะแสดงออกกับผู้เป็นโรคจิตฉันั้?คล้ายกัยสิ่งที่ปิดคลุมม่านตาถูกกระชากออก เผยให้เห็ยความจริงที่ลึกซึ้ง แต่เป็นการเผยที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแร?และแสดงออกตามประสบการณ์ทางจิตใจขณะนั้น โดยภาษที่ใช้พูดขาดความสัมพันธ์กับโลกที่เป็นจริ?และไม่ถึงระดับที่จะทำให้สิ่งที่ตนต้องการเผยนั้นตรงตามเป้าหมายเป็นที่เข้าใจของผู้ฟั?แม้แจ่ผู้ที่มีสติสมบูรณ์บางครั้งก็มีประสบการณ์ที่อธิบายได้ยา?แต่ที่มีความหมายลึกซึ้งโดยเฉพาะขณะที่กำลังตื่นจากหลั?แต่พอติ่นเต็มที่ ประสบการณ์นั้นก็หายไปโดยสิ้นเชิง เหลือแต่ความรู้สึก และนี่เป็นความหมายที่แท้จริงของประโยคที่ว่?"เด็กและคนบ้าพูดความจริ?

จะอย่างไรก็ตาม ระบบความคิดทางปรัชญาที่มีคุณค่าสูงส่?มิได้อยู่ที่นี?(เด็กและคนบ้า) แต่อยู่ที่บุคคลเพียงจำนวนน้อยในระยะร้อยปีที่ได้พิสูจน์ให้เห็นและเป็นที่ยอมรับว่าเป็น "นักคิด" เป็น "ปราชญ์) ที่ยิ่งใหญ?ซึ่งมีความอิสร?เป็นตัวของตัวเอง ไม่ยอมให้ความคิดของชนส่วนมากและหลักปฏิบัติความนิยมของสังคมใดสังคมหนึ่ง ในยุคใดยุคหนึ่?เข้ามามีอิทธิพ?โอนอ่อ?หรือเคลือบคลุมความแข็งแกร่งและความบริสุทธิ์ในความคิดของต?

เนื่องจากปรัชญาเข้าถึงมนุษย์เป็นส่วนรวมได้ดังกล่าว ปรัชญาจึงเป็นของกลางที่อาจหยิบยกมาใช้ได้ทุกยุคทุกสมั?เช่นในแบบของสุภาษิตที่เป็นมรดกตกทอดม?ในคารมคมคายทางปรัชญาจึงเป็นที่นิยมกันแพร่หลา?และถ้อยคำสั่งสอนของผู้เป็นศาสดาทั้งหลา?

ปรัชญารวมอยู่กับชีวิตประจำวั?แยกไม่ออ?ปัญหามีเพียงว่?ปรัชญาอยู่ในจิตสำนึกหรือไม?ปรัชญานั้นดีหรือเล?กระจ่างชัด หรือสับสนยุ่งเหยิง ใครที่ไมายอมรับปรัชญาคนรั้รก็มีปรัชญาอยู่ในตัว โดยที่ตนไม่ได้ตระหนั?

ด้วยเหตุฉะนี?คำถามต่อไปก็คืออะไรเล่าคือปรัชญา

คำภาษากรีก "ฟิโลโซฟอ?quot; (Philosophos) ได้รับการส้รางขึ้นมาให้มีความหมายตรงข้ามกั?"โซฟอ?quot; (Sophos) คำแรกหมายถึงผู้ที่รักความรู้ ซึ่งต่างกับคำที่สอ?ซึ่งหมายถึงผู้รู?หรือผู้ที่เป็นเจ้าของความรู้ ความหมายและความแตกต่างของทั้งสองยังดำรงอยู่จนทุกวันนี้

มิใช่การเป็นเจ้าของหรือการได้มาซึ่งความจริ?แต่การแสวงหาความจริงต่างหากที่เป็นสารัตถะของปรัชญา ถึงแม้ว่าในบางกรณีปรัชญาอาจจะแปรสภาพเป็นสิทธิที่ยึดมั่นในตัวเองมากเกินไป กล่าวคือ เป็นความรู้ที่ถือว่าสมบูรณ์ขั้นสุดท้าย ไม่มีการเปลี่ยนแปล?จึงยึดถือในถ้อยคำและภาษามากก็ตามที ปรัชญาหมายถึ?"กำลังอยู่บนทาง" คำถามในปรัชญามีความสำคัญกว่าคำตอ?และทุก ?คำตอบจะนำไปสู่คำถามใหม่ต่อไปอี?

ไม่มีคำนิยามใดของปรัชญาที่บริสุทธิ?ซึ่งอวดอ้างได้ว่าถูกต้องแท้จริ?และคำนิยามที่เพี้ยนไปนั้นผิด

ในยุคก่อ??นั?คิดว่า ปรัชญาคือความรู้เกี่ยวกับเรื่องของพระเจ้าและมนุษย์ ความรู้เกี่ยวกับการดำรงอยู?"การกำลังเป็น" ต่อมาคือการเรียนรู้ที่จะตา?ความคิดพยายามให้ได้มาซึ่งความสุขขั้นสุดท้ายนั้?คือการใกล้ชิดหรือละม้ายกับความเป็นพระเจ้?และในที่สุ?คือยอดความรู้ของความรู้ทั้งหลา?ยอดศิลปะของศิลปะทั้งหลาย เป็น "ศาสต?quot; ที่กว้างขวาง ไม่เฉพาะเจาะจงในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้?

ในปัจจุบันปรัชญาอาจมีนิยามในลักษณะเช่นนี?

การมองดูความเป็นจริงที่ต้นตอ

การเข้าใจความเป็นจริงถ้วยวิถีทางอันพิจารณาใคร่ครวญเกี่ยวกับชีวิตตัวฉันเอ?/p>

การแจ้งติดต่?(Communication) จากมนุษย์ถึงมนุษย์ด้วยความจริง

การรักษา "เหตุผล" ให้ตื่นตัวอยู่เสมอ และให้พ้นจากสิ่งแปลกปลอม

ปรัชญาคือการรวมจิต คือสมาธิที่ทำให้มนุษย์เป็นตัวเองโดยที่มีส่วร่วมในความเป็นจริ?/p>

งานของปรัชญาไม่มีที่สิ้นสุ?และซ้ำตัวเองเสมือนมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติเป็นปัจจุบันกาลอยู่ตลอดเวลา และปรากฏเป็นผลงานของนักปรัชญาที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในรูปใดก็ตาม ต่างแสดงออกถึงจิตและความคิดที่ตื่นตัวตราบเท่าที่มนุษย์ยังคงเป็นมนุษย?/p>

เพิ่งจะออกมาในยุคปัจจุบันที่ปรัชญาได้รับการโจมตีอย่างรุนแร?และไม่เป็นที่ยอมรับอย่างสิ้นเชิง เพราะเห็นว่าฟุ่มเฟือ?อันตรา?และไร้ความจำเป็น

วิถีความคิดของคริสต์ศาสนาประณามปรัชญาที่เป็นตัวของตัวเอง เพราะคิดเห็นห่างจากพระเจ้า ทำให้จิตเสื่อมด้วยสิ่งไร้สาร?

วิถีความคิดทางการเมืองที่ถืออำนาจเป็นใหญ?กล่าวหาว่านักปรัชญาเพียงแต่มองโลกผิดแปลกต่าง ?กั?แต่จุดสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามที่อำนาจทางการเมืองนั้นประสงค์

สำหรับความคิดทั้งสองวิถีนี?ปรัชญานับว่าอันตรา?เพราะทำลายความเป็นระเบีย?ส่งเสริมความคิดที่อิสร?ซึ่งย่อมรวมถึงการปฏิเสธและการลุกขึ้นยืนหยั?ปรัชญาหลอกลว?นำมนุษย์ออกจากหน้าที่ที่แท้จริ?

ชีวิตในชาติหน้าซึ่งสว่างไสวด้วยการเผยองค์พระผู้เป็นเจ้?หรือชีวิตในชาตินี้ที่ได้ปราศจากพระเจ้า แต่ทว่าเรียกร้องทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจทั้งสองนี?ปรัชญาต้องการทำลาย

นอกจากนั้น การคัดค้านปรัชญายังมาจากสามัญสำนึกของปุถุชนธรรมดาที่เรียกร้อ?"ความเป็นประโยชน์" เป็นพื้นฐานวัด ปรัชญาต้องประสบความล้มเหลวที่จะพิสูจน์ว่ามีประโยชน?เพราะประโยชน์จริงจังเป็นเรื่องเป็นราวที่ยึดถือได้มั่นคงแน่นอนนั้?ปรัชญาไม่อาจหยิบยื่นให้ได้ ทาเล?(Thales) นักปรัชญากรีกสมัยเริ่มต้?ได้รับการหัวเราะเยาะที่ตกลงไปในบ่อน้ำขณะที่กำลังพิจารณาดวงดาวในท้องฟ้า เหตุไฉนจึงมองหาสิ่งที่ไกลแสนไกลในโลกกอื่?ในเมื่อยังแสนจะเคอะเขินในเรื่องที่อยู่ใกล้เคียงในโลกนี?

ปรัชญาไม่อาจพิสูจน์ให้เห็นถึงความมีประโยชน์ของตัวเอง ปรัชญาเป็นเรื่องของมนุษย์ที่อยู่เหนือคำถามเกี่ยวกับความเป็นประโยชน?หรือความเป็นโทษในโลกนี?


***

ที่ม?: โครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ : ปรัชญา (ชุมนุมบทความทางวิชาการ ถวายพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ในโอกาสที่พระชนม์ครบ ๘๐ พรรษ?บริบูรณ์)

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 3:17 PM