http://www.duangden.com
สมจศ 528 พื้นฐานเชิงประจักษ์ทางจริยศาสตร์
[ SHES 528 Empirical Foundation of Ethics ]

ครั้งที่ 4 ประเด็นสำหรับอภิปราย   
หัวข้อ The Concept and Impact of Culture (25 พ.ย. 42)
 
 


***

1. CULTURAL VALUE หมายถึงอะไร และเกี่ยวข้องกับ norm อย่างไร ทีนี้เราจะยกตัวอย่างว่าในสังคมไทยมีบรรทัดฐานอะไร และบรรทัดฐานตัวนั้นสะท้อนถึงค่านิยมอะไรที่มีอยู่ในสังคมไทย

พระภาศกรณ์ คุณค่าทางวัฒนธรรม หมายถึงว่า สิ่งที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ สิ่งที่ทำแล้ว สิ่งที่ปฏิบัติแล้วก่อให้เกิดประโยชน์แก่คนในสังคม นั่นคือคุณค่าทางวัฒนธรรม

ส่วนคำว่า norm หรือว่าบรรทัดฐาน คำว่าบรรทัดฐานก็คือว่าตัวที่จะเป็นปัจจัยกำหนด ตัวที่จะเป็นตัววัดเรื่องว่าการทำอย่างนี้ไม่สมควรทำ การทำอย่างนี้สมควรทำนี่คือเรื่องของ norm

ส่วนคำถามที่ว่าคุณค่าทางวัฒนธรรมกับบรรทัดฐานเกี่ยวข้องกับสังคมไทยอย่างไร เรามองดูวัฒนธรรมไทยของเรา วัฒนธรรมไทยได้รับอิทธิพลความเชื่อดั้งเดิมและก็ความเชื่อจากพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นคุณค่าทางวัฒนธรรมของสังคมไทยจึงจะอิงเกี่ยวกับเรื่องพุทธศาสนา และบรรทัดฐานที่เราจะใช้ตัดสินว่าอะไรผิดอะไรถูกนั้นก็แน่นอนจะต้องมาจากความเชื่อทางศาสนาด้วย อย่างเช่นเรื่องศีล 5 อันนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปของชาวพุทธ การห้ามฆ่าสัตว์เป็นศีลข้อแรกก็เป็นที่รู้จักกันทั่วไป สมมติเราเห็นการกระทำโหดร้ายทารุณกับคนอื่น การทารุณสัตว์ การทารุณเด็ก ถ้าเป็นคนไทยโดยทั่วไปจะรู้สึกว่านั่นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็นั่นก็คือบรรทัดฐานที่เราจะไปตัดสินค่าทางวัฒนธรรม ก็อย่างที่พูดสังคมไทยของเรามีบรรทัดฐานที่มีพื้นฐานมาจากความเชื่อจากหลักคำสอนในพุทธศาสนาเป็นส่วนมาก อย่างเช่นในภาคใต้จะมีศาสนาอื่นแต่นั่นก็เป็นเฉพาะน้อยหนึ่ง แต่เมื่อว่าในภาพรวม ในภาพรวมแล้วบรรทัดฐานที่เรามาใช้ตัดสินที่มาอยู่ในสังคมไทยโดยทั่วไปนั้น ก็แน่นอนต้องมาจากหลักคำสอนจากในคำสอนของพุทธศาสนา

อาจารย์ เข้าใจมั๊ยครับ ค่านิยมวัฒนธรรมคำตอบไม่ค่อยที่จะชัดเจน ในหน้าที่ 54 เค้าบอกว่า culture value ค่านิยมทางวัฒนธรรมก็คือความเชื่อที่สังคมยึดถือกันอยู่ หรือว่าความรู้สึกที่ว่าอะไรเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อเอกลักษณ์หรือความเป็นอยู่ที่ดีของกลุ่มชนนั้นๆ อันนี้คือค่านิยมวัฒนธรรม

ส่วน culture value are expressed in norms ค่านิยมวัฒนธรรมแสดงออกมาในรูปของบรรทัดฐานหรือ specific guides to conduct ก็คือแนวทางการประพฤต ิซึ่งแนวการประพฤติตัวนี้บางอย่างก็เป็นเรื่องของกิจกรรมปกติในชีวิตประจำวัน แต่บางทีก็ใช้ในบางสถานการณ์ อย่างเช่น การกินการดื่มการแต่งกายที่อยู่ชีวิตประจำวัน แต่ว่าในเรื่องของพิธีศพ พิธีแต่งงานก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสถานการณ์กรณีพิเศษ หรือเป็นสถานการณ์พิเศษ เพราะฉะนั้นตรงนี้ อ.อยากจะถามนะครับว่า ให้อภิปรายเรื่องของ culture value และ norm ที่เกี่ยวข้องกับ culture value ตัวนั้น แต่ว่ายกกรณีในสังคมไทย ในวัฒนธรรมไทยขึ้นมา

 

2. NORM หมายถึงอะไร

คุณจักรพงษ์ : NORM ก็คือบรรทัดฐาน NORM คือ Cultural values are express ก็คือคุณค่าทางวัฒนธรรมที่แสดงออกมาในรูปของบรรทัดฐาน เราจะแยกย่อยออกเป็น Mores / ขนบธรรมเนียมประเพณี และ folkway / วิถีประชา นี่คือลักษณะของคำว่า NORM และอีกข้อหนึ่งที่เป็นลักษณะของ NORM คือ specific guides to conduct คือเป็นลักษณะของการกระทำ, ความประพฤติของคนในสังคม

ถ้าอยากรู้ว่าบรรทัดฐานคืออะไร คุณค่าของวัฒนธรรมในสังคมนั้น ๆ ที่แสดงออกมาในรูปบรรทัดฐาน และบรรทัดฐานตรงนี้คืออะไร แสดงออกมาในรูปบรรทัดฐาน ก็คือออกมาในรูปของความประพฤติ และขนบธรรมเนียมประเพณี

Mores ก็คือขนบธรรมเนียม, ขนบธรรมเนียมก็คือ ขนบธรรมเนียมที่คนในสังคมนั้น ๆ ยึดถือเป็นแบบอย่าง หรือว่าเป็นแนวทางที่ควบคุมคนในสังคมนั้น ๆ ก็คือเป็นเครื่องมือควบคุม อันนั้นก็คือเรียกว่าขนบธรรมเนียมประเพณี

ขนบ ก็จะแสดงออกมาในรูปของที่เป็นรูปธรรมเป็นสิ่งที่เราจะต้องปฏิบัติ และประเพณีแสดงออมาในรูปของนามธรรม นามธรรมก็คือสิ่งที่เป็นความคิดที่คนในสังคมนั้นยึดถืออยู่ตลอด

folkway คือวิถีประชา ในสังคมหนึ่ง ๆ จะมีวิถีประชา ก็คือในการมองของแต่ละสังคมไม่เหมือนกัน เช่นชาวเอสกิโมมีสภาพแวดล้อมที่ถูกบีบบังคับที่จะต้องให้ทำอะไรต่าง ๆ ก็คือเขาจะหักคอลูก อย่างในสังคมไทยที่วิถีประชาก็จะต้อง สมมติเวลาเราเจอผู้ใหญ่เราต้องไหว้ แต่ในบางสังคมอย่างเช่นคนอาหรับเวลาเขาเจอกันเขาจะจับมือกัน

อาจารย์ : Cultural values are express in norms, or specific guides to conduct. เพราะฉะนั้นความหมายของ Norm เฉพาะ specific guides to conduct นี่คือความหมายของคำว่า Norm คำว่า Norm ในที่นี้ก็คือ แนวความประพฤติ, แบบของความประพฤติ เพราะฉะนั้นแนวความประพฤตินี้ก็คือรูปแบบของการกระทำของมนุษย์ที่แสดงออกมาให้เห็น เฉพาะตรงนี้เพราะว่า or specific guides to conduct นั้นเขาต้องการให้ความหมายของคำว่า Norm เพราะฉะนั้นต้องดูให้ดีว่ามันแยกกันอยู่ระหว่าง CULTURAL VALUE แต่ที่เขาบอกว่าเป็น Mores บ้าง เป็น Folkway บ้างนั้นเป็นตัวอย่างว่าสิ่งที่เรียกว่าเป็น guides หรือเป็นแนวความประพฤติ, แบบความประพฤติ หรือบรรทัดฐานความประพฤติ บางอย่างถ้าหากว่าสังคมถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากถ้าใครละเมิดถือว่าเป็นความผิดที่ร้ายแรงถือว่าเป็น Mores / จารีต แต่บางอย่างนั้นเป็นเรื่องของ Folkway อย่างเช่น จะกิน จะทักทายต่าง ๆ กัน การละเล่นต่าง ๆ เป็นเพียงวิถีชาวบ้าน นี่ตัวอย่าง เป็นแบบของ Norm ทั้งสิ้น นี่ยังมีอันอื่นอีกเยอะ ถ้าหากเราได้เรียนไปจะพบว่าสิ่งที่เรียกว่าเป็นบรรทัดฐานนั้น อยู่ภายใต้คำหลายคำซึ่งมีความหมายที่เหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้าง อย่างถ้าหากว่าสูงสุดในระดับของประเทศ สิ่งที่เป็น Norm นั้นคือกฎหมาย และบางทีเรามีคำว่า custom, ธรรมเนียม, tradition ประเพณี และเรายังมีเรื่อง etiquette เป็นเรื่องของกริยามารยาท และเรามีในเรื่องของอะไรอย่างเช่น Folkway, Mores อะไรต่าง ๆ หรือในเรื่องของศีลธรรม ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้คำ ๆ เดียวคือ NORM หรือบรรทัดฐาน

สิ่งทีเรียกว่าเป็นกฎหมายของบ้านเมือง ที่ออกมาเป็นบรรทัดฐานในการกำหนดวิถีชีวิตของบุคคลนั้นสะท้อนถึง Cultural Value อะไรของมนุษย์ - สะท้อนถึงความยุติธรรม มนุษย์เชิดชูในเรื่องคุณค่าความยุติธรรม ความยุติธรรมแสดงออกมาในรูปของกฎหมาย อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นรายละเอียดของในเรื่องนี้มีอีกเยอะ ยกตัวอย่าง ลักษณะของบรรทัดฐาน คำขยายความก็อยู่ในชีท

Norms
l
l------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------l
Proscriptive
Proscriptive


บรรทัดฐาน ( Norm ) ที่ปรากฎอยู่ในสังคม, วัฒนธรรมใด ๆ ก็ตาม หรือว่าวัฒนธรรมต่าง ๆ จะมีลักษณะที่สำคัญสองอย่าง
           ลักษณะที่ 1 เป็นลักษณะที่เป็นแบบ Proscriptive ก็คือ "ห้าม, ห้ามกระทำ, อย่างกระทำ, ทำไม่ได้" เป็นในลักษณะในเชิงลบ
           ลักษณะที่ 2 Prescriptive เป็นลักษณะเป็นบวก "ต้องกระทำ, ให้กระทำ, ควรกระทำ"

ยกตัวอย่างในแง่ของกฎหมาย
- Proscriptive มีอะไรบ้าง ในเรื่องของกฎหมายมีอะไรบ้างที่บอกว่าห้ามทำ ห้ามอะไรบ้าง ห้ามลักทรัพย์ ห้ามฆ่า ต่าง ๆ เหล่านั้นคือสิ่งที่ผิด เพราะฉะนั้นก็คือสิ่งที่ต้องห้าม
- ส่วนสิ่งที่ต้องกระทำในกฎหมายมีอะไรบ้าง ต้องเสียภาษี, ต้องไปเข้ารับการเกณฑ์ทหาร อย่างนี้เป็นต้น อันนี้คือเป็นลักษณะของ Prescriptive

ที่นี้ลักษณะของ Norm ยังมีอีกหลายอย่าง Norm ในลักษณะที่เป็น communal หรือเป็นลักษณะ societal คือเป็นในลักษณะของชุมชนทั้งหมด ก็คือส่วนรวม และบางอย่างก็เป็นของกลุ่มเฉพาะ อย่างเช่น ในโรงงาน หรือในวิชาชีพนั้น ก็จะมี Proscriptive และ Prescriptive แม้กระทั่งในกฎเกณฑ์หรือข้อกำหนดของบัณฑิตศึกษาของเราก็จะมีข้อที่นักศึกษาจะต้องปฏิบัติ และข้อห้ามไม่ให้นักศึกษาปฏิบัติ อย่างนี้เป็นต้น อย่างเช่น ห้ามนักศึกษาขาดเรียนกี่คาบ, นักศึกษาจะต้องเข้าชั้นเรียนเท่าใดจึงจะมีสิทธิสอบ, นักศึกษาจะต้องสอบผ่าน course work ในเกณฑ์อันหนึ่ง และสอบผ่านภาษาอังกฤษด้วยจึงมีสิทธิลงทะเบียนเขียนวิทยานิพนธ์ อย่างนี้เป็นต้น เวลาเข้าห้องสอบก็อาจจะมีข้อห้ามอย่างโน้น อย่างนี้ เพราะฉะนั้น กฎเกณฑ์ต่างๆ จะเป็นอย่างนี้ แม้กระทั่งวิชาชีพอื่น ๆ ของตำรวจ, ทหาร, พยาบาล, สื่อสารมวลชน หรือผู้พิพากษาเองก็มีบรรทัดฐานอยู่ทั้งสิ้น อันนี้เป็นเรื่องของ Proscriptive และ Prescriptive

อาจารย์ขอสรุปว่า เวลาพูดถึง Norm นั้นก็คือ แบบหรือแนวความประพฤติ แนวความประพฤตินั้นสามารถจะมีได้หลากหลายและต่าง ๆ กันไป ไม่เหมือนกัน และคำว่าไม่เหมือนกันนั้นอธิบายได้หลายอย่างทั้ง Proscriptive และ Prescriptive เป็นลักษณะที่ว่าในแต่ละอย่างนั้น ถ้าหากมีการละเมิด สังคมให้ความสำคัญ หรือน้ำหนักในการเข้ามาลงโทษในขณะนั้น คนที่ไม่เข้าจารีตนั้นสังคมถือว่าผิดอย่างร้ายแรง อาจจะต้องถูกตัดสินประหารชีวิตหรือโดนประชาทัณฑ์อย่างนี้เป็นต้น แต่บางอย่าง ความผิดในแง่ของมารยาทต่าง ๆ นั้นก็ถือว่าเชยน่าดู ไม่ค่อยจะเรียบร้อย อย่างนี้เป็นต้น

ถามว่า สมมติว่ามีใครบางคนที่เป็นมุสลิมกินหมูเข้าไปจะเป็นอย่างไร - ตอบ ต้องลงโทษ บาป เป็นแซงชั่นในทางศาสนาและสังคม ในทางบ้านเมืองไม่ได้มีบทลงโทษตรงนั้นในทางสังคม ไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่ปรากฏว่าความรู้สึกนึกคือของมุสลิมนั้น มันกลายเป็นมีน้ำหนักมาก คือแซงชั่นในทางสังคมสูงมาก โดยที่ไม่ต้องเป็นบัญญัติในทางกฎหมายของบ้านเมือง เหมือนกับดื่มเหล้า สังคมมุสลิมถือว่า ใครดื่มเหล้านั้นแย่มาก ๆ แต่ว่าในสังคมที่ไม่มีบทลงโทษ แต่ถ้าเป็นในสังคมที่ใช้กฎหมายอิสลามต้องถูกลงโทษ

ยกตัวอย่าง กระบวนการสืบสวนสอบสวนของอาหรับ มีคนไทยไปต้มเหล้า และขัดสังสรรค์กับเพื่อน มีอยู่ครั้งหนึ่งพอเพื่อนดื่มเข้าไป เหล้าที่ต้ม, ทำเอง กินแล้วเนื้อตัวซีด เขียว แล้วน้ำลายฟูมปาก และตายไป คนที่ต้มเหล้าเค้าก็กลัวมาก ก็เลยเอาศพนั้นไปใส่ไว้ในลังไม้ แล้วเอาไปทั้งไว้ในที่ ๆ เขาทั้งพวกขยะมูลฝอยของเทศบาล เจ้าหน้าที่ของเทศบาลก็มาเจอเข้า พอดีคนที่เอาศพไปเขาไม่ได้ให้อะไรถี่ถ้วนแต่ไปเจอใบอนุญาตให้อยู่ในเมืองนั้นซึ่งระบุว่าเป็นใคร ทำงานที่ไหน สืบไปจนเจอเจ้าตัวจนได้ แต่โทษของเขาไม่ใช่โทษฆ่าคน แต่โทษของเขามีโทษในเรื่องของสุราเท่านั้น อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ในบ้านเราถ้าจะผิดก็ผิดในเรื่องที่เป็นเหล้าเถื่อน แต่ถ้าเป็นเหล้าโรงนี้ไม่ผิด เพราะในแง่ของศีลนั้นไม่ว่าจะเป็นเหล้าเถื่อนหรือเหล้าไม่เถื่อนก็ผิดทั้งนั้น อย่างนี้เป็นต้น

อันนั้นก็คือในเรื่องของ Norm / บรรทัดฐาน นอกจากจะมีลักษณะที่ให้ทำและห้ามกระทำแล้ว ยังมีลักษณะที่เป็นเฉพาะกลุ่ม หรือเป็นของสังคมโดยส่วนรวม ในแต่ละอย่างนั้นก็จะมีน้ำหนักเบาในเรื่องของที่สังคมให้ความสำคัญ ดูได้จากถ้าละเมิด จะเข้ามาเกี่ยวข้องเพียงใดหรือว่าลงโทษเพียงใดมากน้อยเพียงใด (อย่าไปบน Norm กับ Cultural Value)

 

3. CULTURAL VALUE กับ NORM เกี่ยวข้องกันอย่างไร

พระมหาวัฒนา : NORM ที่ได้กล่าวแล้วว่าเป็นแนวทางปฏิบัติ ถ้าจะเรียกไปแล้วว่าเป็นภาคแสดงของ CULTURAL VALUE นั่นเอง NORM เป็นแนวที่จะต้องปฏิบัติ ส่วน CULTURAL VALUE ออกจะเป็นในเรื่องของนามธรรม

อาจารย์ : สรุปว่าเกี่ยวข้องกันตรงที่ว่า CULTURAL VALUE นั้น แสดงออกมาในรูปของ Norm คือ Norm เป็นเครื่องสะท้อน CULTURAL VALUE เท่านั้นเอง แต่เวลาเรายกตัวอย่างอธิบายนั้นลึกมีรายละเอียดมาก

 

4. อภิปราย CULTURAL VALUE และ NORM ที่เกี่ยวข้องในสังคมไทย

พระมหาภาสกรณ์ : คุณค่าทางวัฒนธรรม และบรรทัดฐานที่เกี่ยวข้องในสังคมไทย

คุณค่าทางวัฒนธรรม หมายถึง สิ่งที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี มีประโยชน์ สิ่งที่ทำหรือปฏิบัติแล้วก่อให้เกิดประโยชน์แก่คนในสังคม, บรรทัดฐาน คือ ตัวที่เป็นปัจจัยกำหนด / ตัวที่จะเป็นตัววัดเรื่องว่าอย่างนี้สมควรทำ กับอย่างนี้ไม่สมควรทำ

ต่อคำถามที่ว่าคุณค่าทางวัฒนธรรม และบรรทัดฐานที่เกี่ยวข้องในสังคมไทยอย่างไร ?

วัฒนธรรมไทยได้รับอิทธิพลความเชื่อดั้งเดิม และความเชื่อจากพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นคุณค่าทางวัฒนธรรมของสังคมไทยจึงจะอิงกับเรื่องศาสนา และบรรทัดฐานที่เราจะใช้ตัดสินว่าอะไรผิดอะไรถูกนั้นก็แน่นอนว่าจะต้องมาจากความเชื่อทางศาสนาด้วย อย่างเช่นเรื่องศีลห้า เป็นที่รู้จักกันทั่วไปของชาวพุทธ คำว่าห้ามฆ่าสัตว์ เป็นศีลข้อแรก ก็เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป สมมติมีการทำโหดร้ายทารุณต่อคนอื่น การทารุณสัตว์ การทารุณเด็ก ถ้าเป็นคนไทยจะรู้สึกว่านั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือบรรทัดฐานที่เราจะไปตัดสินค่าทางวัฒนธรรม

สังคมไทยของเรามีบรรทัดฐานที่มีพื้นฐานมาจากความเชื่อจากหลักคำสอนในพุทธศาสนาเป็นส่วนมาก แต่อาจจะมีศาสนาอื่น แต่นั่นก็เป็นเฉพาะถ้องถิ่น แต่เมื่อว่าโดยภาพรวมแล้ว บรรทัดฐานที่เราจะนำมาใช้ตัดสินที่อยู่ในสังคมไทยโดยทั่วไปนั้น ก็แน่นอนว่าต้องมาจากหลักคำสอน, ในคำสอนของพุทธศาสนา

อาจารย์ : ในหน้าที่ 54 บอกว่า "ค่านิยมทางวัฒนธรรม ก็คือความเชื่อที่สังคมยึดถือกันอยู่ หรือความรู้สึกที่ว่าอะไรเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อเอกลักษณ์หรือความเป็นอยู่ของกลุ่มชนนั้น ๆ" นี่คือค่านิยมทางวัฒนธรรม ( A cultural value is a widely held belief of felling about what is important to the community's identity or well-being.) ส่วน "Norm" ( cultural value หมายถึง expresses norms ) ค่านิยมทางวัฒนธรรม แสดงออกในรูปของบรรทัดฐาน หรือ specific guides to conduct ก็คือ แนวทางความประพฤติ ซึ่งแนวความประพฤติตัวนี้มาจากก็เป็นเรื่องของกิจกรรมปกติในชีวิตประจำวัน แต่บางทีก็อาจจะทำในบางสถานการณ์ อย่างเช่น การกิน การดื่ม การแต่งกายในชีวิตประจำวัน แต่ในเรื่องของพิธีศพ พิธีแต่งงานนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสถานการณ์หรือในกรณีพิเศษ

เพราะฉะนั้น ตรงนี้อาจารย์อยากจะให้อภิปรายเรื่องของ CULTURAL VALUE และ NORM ที่เกี่ยวข้องกับ CULTURAL VALUE เท่านั้น แต่ว่ายกกรณีเฉพาะในสังคมไทย, ในวัฒนธรรมขึ้นมา เราพูดถึงสิ่งสองสิ่ง ให้จับหรือตั้งข้อสังเกตให้ดี เวลาอาจารย์พูดถึงการเคารพ ความอาวุโส กับการไหว้ผู้ใหญ่ ตรงไหนเป็น CULTURAL VALUE และตรงไหนเป็น CULTURAL NORM - การเคารพผู้อาวุโสเป็น CULTURAL VALUE และการไหว้เป็น CULTURAL NORM เพราะฉะนั้น CULTURAL VALUE ในเรื่องของการเคารพ หรือยึดถือในเรื่องของการให้คุณค่าของความเป็นอาวุโส แสดงออกมาในรูปของการไหว้ผู้ใหญ่ เพราะ CULTURAL VALUE เป็นสิ่งที่สังคมเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อความเป็นเอกลักษณ์, ต่อความเป็นคนไทย, หรือต่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย แต่ถ้าเผื่อ NORM ตัวนี้ไม่ฟังผู้ใหญ่สังคมก็จะเสียหาย หรือบิดเบี้ยวไปจากความเป็นคนไทยที่ดี

เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็น CULTURAL VALUE แต่ CULTURAL VALUE ตัวนี้ค่อนข้างจะเป็นนามธรรม แสดงออกมาเป็นอะไรอย่างหนึ่ง ที่เราบอกว่า สิ่งที่แสดงออกมานั้นจะบ่งถึงอะไรที่อยู่ในความเชื่อ อย่างเช่น ในเรื่องของศีล มีอยู่ศีลข้อที่เป็นปาณิติปาตา เวรมณีฯ การงดเง้นจากการทำให้ชีวิตตกล่วงไป นี่เป็นการพูดแบบกว้าง "ศีล" ตัวนี้เป็นบรรทัดฐาน เป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมที่แสดงออกมาเป็นวิถีชีวิต วิถีชีวิตตรงนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญในเรื่องอะไรกันบ้าง ไม่แน่ว่าหลาย ๆ อย่างอาจจะหมายถึง อวิ วิหิงสา การไม่เบียดเบียน หรือว่าในเรื่องของการไม่เบียดเบียนอันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างนี้เป็นต้น

ขอให้เราได้รู้ ทำความเข้าใจว่าเวลาพูดถึง CULTURAL VALUE นั้นหมายถึงอะไร เวลาเราบอกว่า CULTURAL VALUE แสดงออกมาเป็นบรรทัดฐานของการดำเนินชีวิตนั้นหมายถึงอะไร เพราะฉะนั้นแสดงให้เห็นว่า ในทุกบรรทัดฐาน หรือทุก ๆ การกระทำของการดำเนินชีวิตนั้นสะท้อนถึง CULTURAL VALUE อย่างถ้าหากว่าท่านแต่งกายอยู่ในครองกาสาวพัตร หรือครองจีวร ปลงผม, คิ้ว ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของวิถีชีวิต เป็นบรรทัดฐาน หรือแนวความประพฤติ

ถามว่า แนวความประพฤตินี้ เพื่อที่จะตอบสนองค่านิยมใดที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อ จะเป็นอย่างไรที่ต้องแต่งตัวอย่างนี้ ไม่เหมือนคนอื่น ลองดูว่า CULTURAL VALUE ที่อยู่ตรงนี้คืออะไร CULTURAL VALUE ตรงนี้อาจจะอยู่ในเรื่องของพรหมจรรย์ ให้ความสำคัญกับพรหมจรรย์ ถ้าลึก ๆ เข้าไปแล้วพรหมจรรย์จะมีความสำคัญ เพราะสิ่งนี้ทำให้มนุษย์พัฒนาถึงจุดสูงสุดได้ ก็คือการละ หรือการหมดสิ้นซึ่งกิเลส ก็คือการบรรลุนิพพานถ้าหากว่าสูงสุด แต่อย่างน้อยที่สุดตรงนี้เป็นสิ่งที่ลึกไปกว่าสิ่งที่ปรากฏ ว่าเป็นวิถีชีวิตก็คือพรหมจรรย์ พรหมจรรย์เหมือนความเคารพอาวุโสนั่นเอง ( CULTURAL VALUE ) แต่สิ่งที่จะนำพาตัวนี้ซึ่งเป็นความเชื่อ มันก็แสดงออกมาในรูปของวิถีชีวิต ซึ่งวิถีชีวิตนี้ก็คือบรรทัดฐาน

CULTURAL VALUE ตรงนี้ก็คือในเรื่องของที่เป็นนามธรรมนั้น จะเรียกว่าอะไรก็ตามเป็น CULTURAL VALUE แต่เมื่อแสดงออกในรูปของวิถีปฏิบัติ หรือวิถีชีวิตก็จะเป็นบรรทัดฐาน เพราะฉะนั้นการที่บอกว่า cultural value เป็น expresses norms ก็หมายความอย่างที่ว่า

ที่นี้คำถามของอาจารย์ก็คือเวลาให้อภิปราย CULTURAL VALUE และ NORM ที่เกี่ยวข้องในสังคมไทยนั้นแล้ว จะต้องให้ความหมาย CULTURAL VALUE เป็นอย่างนี้ บรรทัดฐานเป็นอย่างนี้ และยกตัวอย่างในสังคมไทย อย่างเช่น CULTURAL VALUE ในสังคมไทยก็คือการเคารพผู้อาวุโส ที่มันเป็นเพราะว่า คนไทยถือว่าการเคารพอาวุโสนั้นเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย และเป็นเรื่องที่ทำให้สังคมอยู่ดีกินดี คือมีความเป็นอยู่ที่ดี แล้วเมื่อให้ความสำคัญตรงนี้ วิถีแสดงออกของผู้คนในสังคม ก็คือว่าผู้น้อยจะต้องเคารพผู้อาวุโส อย่างนี้เป็นต้น จะเห็นว่ามันคาบเกี่ยวกัน

ยังมีเรื่องอีกหลายเรื่องที่เราสามารถจะยกตัวอย่าง ในสังคมอื่นก็เหมือนกัน ที่นี้เวลาเราแบ่งตัวอย่างอื่นมันก็สะท้อนถึง VALUE ต่างๆ อย่างบางทีเราให้ VALUE ในเรื่องของความงาม ก็จะแสดงออกในรูปของการแต่งกายที่เหมาะสม ที่แต่งแล้วเห็นว่ามันงดงาม

เพราะฉะนั้น CULTURAL VALUE ในแต่ละสังคมนั้นอาจจะต่างกัน และแสดงออกต่างกัน หรือ CULTURAL VALUE นี้อาจจะมีลักษณะกว้าง ๆ เหมือนกัน แต่รายละเอียดไม่เหมือนกันก็เป็นไปได้

อย่างที่ท่านภาสกรณ์ยกตัวอย่างมาก็เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของ "ศีล" เป็นบรรทัดฐาน เป็น norm ที่ชัดแจ้ง แต่ว่าบรรทัดฐานตัวนี้น่าจะสะท้อนถึง CULTURAL VALUE อะไร ก็คือการเคารพในคุณค่าของชีวิต เป็นต้น

 

5. CULTURE SOCIAL กับ ORGANIZATION ต่างกันอย่างไร

อาจารย์ : เวลาเราพูดถึง SOCIAL ORGANIZATION ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือว่า มันเป็นกลุ่มหรือว่าชุดของความสัมพันธ์ระหว่างคน, ระว่างมนุษย์ ชุดหรือว่ากลุ่มของความสัมพันธ์นี้เราสามารถจะเห็นได้ในกลุ่มเล็ก ๆ หรือว่าในกลุ่มชน ยกตัวอย่างเช่น ในครอบครัว อย่างนี้เป็นต้น ครอบครัวอาจจะเรียกว่าเป็นกลุ่มความสัมพันธ์อีกกลุ่มหนึ่ง เพราะว่าเป็นความสัมพันธ์… ก็คือมีความสัมพันธ์อยู่ระหว่างสามีกับภรรยาก็อยู่ในนั้น สามีภรรยาซึ่งมี เป็นเรื่องของบุคคลที่มีสถานะเป็นสามี อีกหนึ่งก็คือภรรยา และก็มีความสัมพันธ์กัน และในแง่หนึ่งก็คือ เมื่อเขามีลูกความสัมพันธ์ของเขานอกจากในแง่ของสามีภรรยาแล้วก็ยังเป็นพ่อกับแม่ และพ่อนั้นก็ความสัมพันธ์กับลูก และแม่นั้นก็มีความสัมพันธ์กับลูก คือพ่อแม่มีความสัมพันธ์กับลูก พ่อกับแม่จะมีความสัมพันธ์กันในฐานะสามีภรรยา อย่างนี้เป็นต้น

เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ทั้งนั้นเลย และเป็นกระจุกของความสัมพันธ์ จึงเป็นหน่วยของสังคม อย่างในชั้นนี้ก็จะมีความสัมพันธ์กันในระดับ 2 ระดับ ที่เห็นนั้นก็คือในระดับก็คือในระหว่างเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน, และอีกระดับนั้นเป็นความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา และถ้าหากว่าแบ่งย่อยจะมีลักษณะความสัมพันธ์อีกหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องในกลุ่มนี้ ก็คือความสัมพันธ์ในลักษณะที่ว่า เป็นเพื่อนผู้ชายด้วยกัน, เพื่อนผู้ชายเพื่อนผู้หญิง, และมีความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาที่เป็นนิสิตที่เป็นพระกับฆราวาส, และพระที่สัมพันธ์กับโยมผู้ชาย และที่สัมพันธ์กับโยมผู้หญิง เราถึงเรียกว่าเป็น หลวงพี่ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นความสัมพันธ์, เป็นกลุ่มของความสัมพันธ์

เพราะฉะนั้นเวลาเราเน้นในเรื่องของ SOCIAL ORGANIZATION นั้น เราเน้นที่ตัวความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล แต่ว่าความสัมพันธ์ของบุคคลนั้นก็เหมือนกับตัววัสดุอะไรบางอย่างที่มันยึดเหนี่ยวกัน และตัวสารบางอย่างที่ยึดเหนี่ยวในลักษณะที่เป็นเซลล์ โมเลกุล แบบนั้นจึงเรียกว่านี่คือดินเหนียว, นี่ดินน้ำมัน, นี่เป็นน้ำ แต่ว่ามันจะยึดเหนี่ยวกันในรูปแบบอะไร ตัวนี้ CULTURE เป็นตัวบอก เพราะฉะนั้น ถ้าการยึดเหนี่ยวเหมือนกับความเป็นน้ำ แต่ว่ารูปทรงของน้ำจะเป็นรูปขวด รูปแก้ว หรือรูปใด ๆ ก็ตาม ตามแต่รูปทรงที่มันเข้าไปอยู่ และตัวรูปทรงที่มันเข้าไปอยู่หรือว่าตัวที่รูปทรงนั้นเป็น CULTURE

เพราะฉะนั้น มีความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายผู้หญิง ที่ได้ชื่อว่าเป็นสาและภรรยา มีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลผู้ให้กำเนิดกับบุคคลผู้ถูกกำเนิดที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อกับลูก เป็นแม่กับลูก แต่ว่าสามีจะสัมพันธ์กับภรรยากับอย่างไรนั้น ตัว CULTURE เป็นตัวบอก (ขอให้ดูให้ดี) ทำไมเรารู้ว่าตัว CULTURE เป็นตัวบอก เราจะเห็นได้ว่าในบางกลุ่มของความสัมพันธ์อันนั้นปรากฏว่าในบางสังคมถือว่าสามีกับภรรยานั้นเสมอภาคกัน ในบางสังคมอำนาจในการตัดสินใจอยู่ที่สามี ผู้หญิงจะต้องเป็นช้างเท้าหลัง ผู้ชายจะต้องเป็นช้างเท้าหน้า ทุกวันนี้ช้างไม่ได้เดินเอาหัวไปแล้ว แต่เอาด้านข้างไป เพราะเท้าทั้งสองเท้าอยากจะไปพร้อม ๆ กัน (เมื่อก่อนช้างเดินเอาเท้าหน้านำไปเพราะ CULTURE บอกอย่างนี้ แต่วันนี้ช้างเดินเอาสีข้างไปก่อนเพราะ CULTURE มันเปลี่ยน) จะเห็นว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่ แต่จะไปในรูปอะไร เมื่อก่อนพ่อบังเกิดเกล้า เดี๋ยวนี้ลูกบังเกิดเกล้า เนื้อความสัมพันธ์ยังมีอยู่ แต่ว่าเหมือนกับเนื้อผ้า ส่วนจะต่างไปในรูปแบบอะไรนั้น เป็นสูท เป็นเสื้อเชิ้ต เป็นเสื้อคอกลม เป็นชุดกีฬา ตาง ๆ เหล่านี้ นี่เองคือตัว CULTURE

เพราะฉะนั้น CULTURE SOCIAL กับ ORGANIZATION จะต่างกันตรงที่ CULTURE นั้นเป็นตัวแบบของความสัมพันธ์ แต่ SOCIAL ORGANIZATION เป็นตัวความสัมพันธ์ของบุคคล เป็นเรื่องใหญ่

CULTURE คือเบ้าหลอม, แบบ, ตัวแบบ แน่นอนว่า "ตัวแบบ" ก็คือตัวกำหนดมีลักษณะเป็นตัวยึด, ยึดเป็นรูปแบบใด แต่ว่า "ตัวกาว (สังคม) เป็นเรื่องของตัวความผูกพันในสังคมมากกว่า แต่เมื่อยึดไปแล้วตัว CULTURE จะบอก ในความสัมพันธ์ของคนที่มีอยู่เหมือนขี้เลื่อยชุบกาวลาเท็กซ์ เพราะขี้เลื่อยแต่ละอัน, แต่ละชิ้นจะกระจายกันอยู่ มันแต่มันยึดเหนี่ยวกันอยู่ได้ด้วยกาวบางอย่าง ก็คือความสัมพันธ์, สัมพันธภาพ แต่เมื่อมันยึดกันมาแล้ว ไม่ใช่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ได้ ปรากฏว่ามันเป็นตัวรูปอย่างนั้น อย่างนี้ขึ้นมา ตัวรูปนั่นเองก็คือ CULTURE เพราะ CULTURE ไม่ใช่ "กาว" แต่ว่าเป็นตัว กำหนดทั้งขี้เลื่อยปนกันอยู่ในนั้น

 

6. CULTURE SOCIAL กับ ORGANIZATION เกี่ยวข้องกันอย่างไร

ดวงเด่น : วัฒนธรรมและองค์กรทางสังคมมีความเชื่องโยงซึ่งกันและกัน กล่าวคือ องค์กรทางสังคมประกอบด้วยความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและกลุ่ม และความสัมพันธ์เหล่านี้ถูกชี้หรือถูกกำหนดโดยกฎทางวัฒนธรรม ตัวอย่าง ครอบครัวเป็นหน่วยหนึ่งขององค์กรทางสังคม แต่พฤติกรรมครอบครัวถูกชี้นำโดยวัฒนธรรม

 

7. ยกตัวอย่าง SOCIAL ORGANIZATION และ CULTURE ที่เกี่ยวข้องในสังคมไทย

พระมหาสาคร : ถ้าจะพูดไปแล้ว SOCIAL ORGANIZATION หรือองค์กรทางสังคม ถ้าเราจะพูดแค่สถาบันครอบครัวก็จะแคบไปเกินไป ที่นี้จะพูดถึงภาพรวมของประเทศไทยทั้งประเทศเป็นองค์กรเดียว ให้เห็นเป็นภาพกว้าง ๆ ว่าคนไทยทั้งหมดนี้เป็นองค์กรทางสังคมซึ่งใหญ่ระดับประเทศ เมื่อประเทศไทยเป็นองค์กรระดับประเทศนั้น ประกอบกับคนไทยส่วนใหญ่ ซึ่ง 90% ขึ้นไปนับถือพระพุทธศาสนา และรากเหง้าของวัฒนธรรมต่าง ๆ มาจากที่บ้านพระสาครก็ดี หรือว่าบางประเทศส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นจากความเชื่อซึ่งมีรากฐานมาจากพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการไหว้ การทำบุญ หรือประเพณี หรืออะไรต่าง ๆ ก็ตาม ซึ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นวัฒนธรรมทั้งสิ้น ที่นี้กลุ่มองค์กรทางสังคมเมื่อเกิดขึ้นเป็นองค์กรแล้ว เป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุด ถามว่าองค์กรต้องการอะไร เมื่อองค์นี้เกิดขึ้นเป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดแล้ว องค์กรทางสังคมนี้จะต้องอยู่ร่วมกันเพื่อความสงบ และความสันติสุข และก็จะมีการรับเอาวัฒนธรรมตรงนี้มาด้วย ซึ่งวัฒนธรรมส่วนใหญ่แล้วของประเทศไทยนั้นล้วนแต่ 90% รับเอามาจากอิทธิพลความเชื่อทางพระพุทธศาสนา อันนี้ก็จะเห็นเป็นภาพกว้าง ๆ ว่า องค์กรของประเทศไทยกับ Culture นั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไร เป็นภาพกว้าง ๆ พอประมาณได้แค่นี้

อาจารย์ : ภาพกว้างตัวหนึ่งที่ยกตัวอย่างได้ ก็คือว่าในสังคมไทย ที่จะไล่ระบบการเมืองการปกครองออกไป จะมีความสัมพันธ์ในเชิงของการใช้อำนาจปกครองระหว่างผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ รัฐบาล กับประชาชน อันนี้ก็คือเป็นความสัมพันธ์ แต่ว่าความสัมพันธ์ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าพฤติกรรมของคนไทยจะอยู่แค่ตรงนั้น ตัว Culture อันหนึ่งที่มาเป็นตัวกำหนด SOCIAL ORGANIZATION ของเราก็คือสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างนี้เป็นต้น สถาบันพระมหากษัตริย์จริง ๆ แล้วถึงว่าจะเป็นสถาบันพระมหากษัตริย์ที่อยู่ใต้รัฐธรรมนูญก็จริงอยู่ แต่เราจะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมในทางการเมือง หรือระบบความสัมพันธ์เชิงอำนาจของเรานั้นปรากฏว่าพระมหากษัตริย์ยังมีคามสำคัญอยู่มาก อย่างเช่นเวลาพูดถึงโครงการในพระราชดำริต่าง ๆ 2000 กว่าโครงการ ถ้าหากเป็นเรื่องของข้าราชการธรรมดาบางทีอาจจะไม่สำเร็จ แต่ถ้าเป็นโครงการพระราชดำริ ปรากฏว่าสามารถที่จะกำหนดในรูปแบบรูปแบบของความสัมพันธ์ได้เลยไม่ให้เป็นอย่างที่ผ่านไป อย่างนี้ก็ได้ หรือว่าในสังคมไทยเราเห็นได้ชัดว่า SOCIAL ORGANIZATION ของเราในแง่ที่ว่ามีชุมชนในทางศาสนา เราจะเห็นได้ว่ามีพุทธบริษัท (เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ 4 แล้ว) แต่ว่าอย่างไรก็ตามจะมีในเรื่องของสงฆ์ ในเรื่องของฆราวาสอยู่ซึ่งมีการจัดรูปแบบของความสัมพันธ์แตกต่างกันในสังคมที่เราเห็นได้ชัด เราเห็นได้ชัดว่าในสังคมของเรานั้นผู้ที่เป็นฆราวาสต้องให้ความเคารพแก่ผู้ที่เป็นสงฆ์ เพราะว่านี้คือความสัมพันธ์ที่ถูกกำหนดขึ้นมาในวัฒนธรรมของไทยซึ่งมีรากฐานมาจากพุทธศาสนา อย่างนี้เป็นต้น

 

8. SILEN LANGUAGE คืออะไร

คุณวิจิตร : SILEN LANGUAGE คือ ภาษาใบ้ที่แสดงออกด้วยท่าทาง… เป็นภาษาที่เราไม่ต้องใช้เสียง ใช้แต่กริยาท่าทางแสดงออกมา และในแต่ละสังคมนั้นก็มีภาษาใบ้เป็นของตนเอง รับรู้เฉพาะในภาษาของตนเอง ถ้าเราไปแสดงภาษาใบ้กับชาวต่างชาติ ไม่ถูกต้อง ไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้น ภาษาใบ้จึงเป็นภาษาเฉพาะของแต่ละสังคม จะแสดงได้เฉพาะในแต่ละสังคมเท่านั้น เช่น ในประเทศอินเดียนั้น การแลบลิ้น ถือว่าเป็นการสวัสดี แต่ถ้าเป็นในประเทศไทยนั้นระวังลิ้นขาด เพราะฉะนั้น ภาษาใบ้จึงเป็นภาษาที่สำคัญ

อาจารย์ : …กริยาท่าทีต่าง ๆ เป็น SILEN LANGUAGE

 

9. ยกตัวอย่าง SILEN LANGUAGE ของสังคมไทย

คุณวัฒกร : เมื่อกี้ได้ยกตัวอย่างไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าอยากจะเสริมตัวอย่างในเรื่องของ SILEN LANGUAGE ของสังคมไทย คนไทยจะมีลักษณะอย่างหนึ่งในภาษาเงียบที่แตกต่างจากชาวต่างชาติก็คือ คนไทยเวลามีความโมโหหรือว่าความโกรธ คนไทยมักจะเก็บความรู้สึกได้ดีกว่าชาวต่างชาติ ซึ่งชาวต่างชาติเวลาเขาโมโหหรือโกรธ เขาจะแสดงออกมาถึงความรู้สึกโกรธอย่างตรงไปตรงมา แต่คนไทยจะซ่อนไว้ในจิตใจ ซึ่งไม่สามารถดูออกได้ และอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ในกรณีที่คนไทยรู้สึกว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่คนอื่นพูดกระทำอยู่ คนไทยจะผงกศีรษะ แต่ก็มีไม่แน่ใจว่าชาวธิเบตหรือชาวอินเดีย ถ้า… ก็เป็นภาษาที่มีความแตกต่างกัน

อาจารย์ : ถ้าจะพูดถึง SILEN LANGUAGE เราขอให้มองถึงว่า การกระทำที่ไม่ใช่เป็นเรื่องของถ้อยคำ หรือออกมาเป็นคำพูด แต่การกระทำเหล่านั้นเป็นที่รู้ร่วมกันอยู่ในสังคม และสังคมจะต้องปฏิบัติไปตามกรอบอันนั้น พวกนี้ก็เป็น SILEN LANGUAGE ทั้งสิ้น ขอยกตัวอย่าง SILEN LANGUAGE เวลาจัดพิธีไหว้ครู หรือว่าในชีวิตประวันนั้นเวลาเรามีบุคคลหลายฐานะเข้ามาเกี่ยวข้องกัน เราจะเห็นว่าอย่างถ้าหากว่าเป็นพระสงฆ์ โดยปกติแล้วแล้วก็ให้ท่านนั่งอยู่ที่สูงกว่าคนที่เป็นฆราวาส อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ตรงนี้เป็น SILEN LANGUAGE เหมือนกัน หรือว่าการที่คนไทยจะไปข้ามหัวกันไม่ได้ เป็นลักษณะความเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไรที่ถูกที่ควรในการแสดงกริยาอย่างนั้น ซึ่งไม่ได้ออกมาเป็นวัฒนธรรมหรือภาษา เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้จะมีความแตกต่างกันอยู่ในแต่ละวัฒนธรรม มันเป็นที่เข้าใจของแต่ละวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นเราถือได้ว่ามันมีลักษณะของการสื่อจึงเป็นลักษณะของภาษาอย่างหนึ่งเหมือนกัน

***

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Sunday 8 October, 2006 6:03 PM