พระไตรปิฎก
 



***

ความหมายของพระไตรปิฎ?/span>

                ไตรปิฎ?“ปิฎกสาม?; ปิฎก แปลตามศัพท์อย่างพื้น?ว่?กระจาดหรือตะกร้า อันเป็นภาชนะสำหรับใส่รวมของต่างๆ เข้าไว?นำมาใช้ในความหมายว่า เป็นที่รวบรวมคำสอนในพระพุทธศาสนาที่จัดเป็นหมวดหมู่แล้ว

                โดยนัยนี?ไตรปิฎกจึงแปลว่าคัมภีร์ที่บรรจุพุทธพจน?(และเรื่องราวชั้นเดิมของพระพุทธศาสน? ?ชุ?หรือ ประมวลแห่งคัมภีร์ที่รวบรวมพระธรรมวินัย ?หมวดกล่าวคือ วินัยปิฎ?สุตตันตปิฎ?และอภิธรรมปิฎก

               ซึ่งหากเราจะนับจำนวนคำสอนทั้งปวงขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น สามารถนับได้ทั้งสิ้น ๘๔,๐๐?พระธรรมขันธ์ (พระธรรมขันธ์ หมายถึ?หมวด หรือกอ?

***

ความเป็นมาของพระไตรปิฎ?/p>

                ? พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้ร้อยกรองพระธรรมวินัย สมัยเมื่อนิครนถ์ นาฎบุต?เจ้าลัทธิสำคัญคนหนึ่งสิ้นชีพ พวกสาวกเกิดแตกกั?พระจุนทเถระเกรงจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ในพระพุทธศาสนา จึงพร้อมกับพระอานนท์ไปเฝ้าพระพุทธเจ้?พระองค์ได้ทรงตรัสบอกพระจุนทะ ให้รวบรวมธรรมภาษิตของพระองค์ และทำสังคายน?คือจัดระเบียบทั้งโดยอรรถและพยัญชนะ เพื่อให้พรหมจรรย์ตั้งมั่นต่อไป

                ? พระสารีบุตรแนะนำให้ร้อยกรองพระธรรมวินั?ในห้วงเวลาเดียวกันนั้น ค่ำวันหนึ่?เมื่อพระผู้มีพระภาคแสดงธรรมจบแล้?ได้มอบหมายให้พระสารีบุตรแสดงธรรมต่?พระสารีบุตรได้แนะนำให้รวบรวม ร้อยกรองพระธรรมวินัย โดยจัดหมู่ธรรมะเป็นข้อ ?ตั้งแต่ข้อ ?ถึงข้อ ๑๐ ว่ามีธรรมะใดบ้างอยู่ในหมวดนั้น ?พระผู้มีพระภาคทรงรับรองว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เห็นว่าบรรดาพระภิกษุทั้งหลายยังใคร่จะฟังธรรมต่อไปอีก พระองค์จึงได้มอบหมายให้พระสารีบุตร แสดงธรรมแท?พระสารีบุตรได้ แนะนำให้รวบรวมร้อยกรองพระธรรมวินัย โดยจัดหมวดหมู่ธรรมะเป็นข้อ ?ตั้งแต่ข้อ ?ถึงข้อ ๑๐ ว่ามีธรรมะใดบ้างอยู่หมวด ?หมวด ?จนถึงหมว?๑๐ ซึ่งพระผู้มีพระภาคทรงรับรองว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

                ? พระมหากัสส?เป็นผู้ริเริ่มให้มีการสังคายนา จัดระเบียบพระพุทธวจนะให้เป็นหมวดหมู่

                ? พระอานนท?เป็นผู้ที่ทรงจำพระพุทธวรนะไว้ได้มา?เป็นพุทธอุปฐาก ได้ขอพ?หรือขอรับเงื่อนไขจาก พระพุทธเจ้??ประการ ในเงื่อนไขประการที??และประการที่ ?มีส่วนช่วยในกา?สังคายนาพระธรรมวินัยมา?กล่าวคือ
ประการที??ถ้าความสงสัยของข้าพระองค์เกิดขึ้นเมื่อใด ?อให้ได้เข้าเฝ้าทูลถามเมื่อนั้น
ประการที??ถ้ าพระองค์แสดงข้อความอันใด ในที่ลับหลังข้าพระองค์ คร ั้นเสด็จมาแล้ว จักตรัสบอกข้อความอันนั้น แก่ข้าพระองค?

                ทั้งนี้โดยเฉพาะประการที่ ?อันเป็นข้อสุดท้ายมีเหตุผลว่า ถ้ามีใครถามท่านในที่ลับหลั?พระพุทธเจ้าว่า คาถานี?สูตรนี?ชาดกนี?พระผู้มีพระภาดแสดงที่ไหน ถ้าพระอานนท์ตอบไม่ได?ก็จะมีผู้กล่าวว่?พระอานนท์ตามเสด็จพระศาสดาไปดุจเงาตามตั?แม้เพียงเรื่องเท่านี้ก็ไม่รู?

                ดังนั้?เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้?พระอานนท์จึงได้รับหน้าที่ตอบคำถามเกี่ยวกับพระธรร?ในคราวสังคายนาครั้งแรก หลังพุทธปรินิพพา??เดือ?
ในสมัยที่ยังไม่มีการจดจารึกเรื่องราวไว?เป็นตัวอักษรอย่างกว้างขวาง เช่นในปัจจุบัน มนุษย์จึงต้องอาศัยความจำเป็นเครื่องสำคัญ ในการบันทึกเรื่องราวนั้น ?ไว?แล้วบอกเล่าต่อ ?กันม?การทรงจำและบอกต่??กันมาด้วยปากนี?เรียกว่า มุขปาฐ?

                ? พระอุบาล?เป็นผู้ที่สนใจ และจดจำพระธรรมพระวินัยได้เป็นพิเศษ มีความเชี่ยวชาญใ?พระวินัย ในการทำสังคายนาครั้งแร?พระอุบาลีได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ตอบคำถามเกี่ยวกั?พระวินัยปิฎก

                ? พระโสณกุฎิกัณณ?เป็นผู้ที่ทรงจำได้ดีมา?เคยท่องจำบางส่วนขอ?พระสุตตันตปิฎก เฉพาะพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า ได้รับสรรเสริญว่าทรงจำได้ดีมาก รวมทั้งท่วงทำนองในการกล่าว ว่าไพเรา?สละสลว?แสดงให้เห็นถึง การท่องจำพระธรรมวินั?ได้มีมาตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้า

***

การสังคายนาพระไตรปิฎ?/span>

                พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท?สมัยเมื่อใกล้จะปรินิพพานว่?ธรรมวินัยที่เราแสดงแล้?บัญญัติแล้วแก่เธอทั้งหลา?ธรรมและวินัยนั้น จะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลา?เมื่อเราล่วงลับไปแล้?/p>

                ตามหลักฐานของพระเถระฝ่ายไท?กล่าวว่า การสังคายน?(แปลว่า การร้อยกรอ? มี ?ครั้?

                การสังคายนาครั้งที??(ปฐมสังคายน? กระทำที่ถ้ำสัตตบรรณคูห?ข้างเขาเวภารบรรพ?ใกล้กรุงราชคฤห?ประเทศอินเดียปัจจุบั?กระทำหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานได้ ?เดือ?มีพระอรหันต์ประชุมกั?๕๐?รู?พระมหากัสสปเป็นประธานและเป็นผู้สอบถา?พระอานนท์เป็นผู้ตอบข้อซักถามทางพระธรรม พระอุบาล?เป็นผู้ตอบข้อซักถามทางพระวินัย พระเจ้าอชาติศัตรูเป็นผู้อุปถัมภ์ กระทำอยู??เดือ?จึงแล้วเสร็จ การสังคายนาครั้งนี้มีปรากฎอยู่ในพระวินัยปิฎก

                การสังคายนาครั้งที??/strong> (ทุติยสังคายน? กระทำที่วาลิการา?เมืองเวสาล?แคว้นวัชชี ประเทศอินเดียปัจจุบั?กระทำเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานได?๑๐?ปี มีพระสงฆ์ประชุมกัน ๗๐?รู?พระยสะ กากัณฑกบุต?เป็นผู้ชักชว?(เป็นประธานในที่ประชุ? พร้อมพระผู้ใหญ่อีก ?รู?พระเรวตะเป็นผู้ถาม พระสัพพกามีเป็นผู้ตอบปัญหาทางพระวินั?ที่เกิดขึ้?กระทำอยู??เดือ?จึงแล้วเสร็จ การสังคายนาครั้งนี?มีปรากฎในพระวินัยปิฎ?

                การสังคายนาครั้งที??/strong> (ตติยสังคายนา) กระทำที่อโศการาม กรุงปาตลีบุต?ประเทศอินเดี?กระทำเมื่อ พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ๒๓?ปี มีพระสงฆ์ประชุมกัน ?๐๐?รู?พระโมคคลีบุต?ติสสเถระ เป็นหัวหน้?พระเจ้าอโศกมหาราชเป็นผู้อุปถัมภ์ กระทำอยู??เดือ?จึงแล้วเสร็จ การสังคายนาครั้งนี?พระโมคคลีบุตรได้แต่งกถาวัตถุ ซึ่งเป็นคัมภีร์ในพระอภิธรรมเพิ่มขึ้น เมื่อทำสังคายนาเสร็จแล้วได้ส่ง คณะทูต ไปประกาศพระพุทธศาสนาในประเทศต่าง ?พระมหินทเถระได้นำพระพุทธศาสนาไปประดิษฐานในลังก?

               ครั้นในรัชสมัยพระเจ้าวัฏฏคามนี คณะสงฆ์ชาวลังกาได้จารึกรพะธรรมที่สังคายนาครั้งที??นั้น ลงในใบลานเป็นครั้งแร?

               จากการสังคายนาครั้งที่ ?นั้น ได้แบ่งพระธรรมออกเป็??ตะกร้า (ปิฎก แปลว่า ตะกร้า) หมายถึ?แยกลักษณะพระธรรมที่แตกต่างกันไปออกเป็น ?หมวด เรียกว่า “เตปิฎก” แต่คนไทยเราเรียกว่?“พระไตรปิฎก”

                การสังคายนาครั้งที??/strong> กระทำที่อินเดียภาคเหนื??เมืองชาลันทร แต่บางหลักฐานก็ว่า กระทำที่เมืองกาษมีระหรือแคชเมียร?ภิกษุที่เข้าประชุมมีทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายา?กระทำเมื่อ ?? ๖๔?มีกษัตริย์ประเทศราชมาร่ว?๒๑ พระองค?มีทั้งพระสงฆ์ผู้คงแก่เรียนและพราหมณ์ผู้ทรงความรู้ประชุมกัน การสังคายนาครั้งนี้จึงมีลักษณะผสมคือ มีทั้งพุทธและพราหมณ์ ภาษาที่ใช้สำหรับพระไตรปิฎกไม่เหมือนกัน คือฝ่ายเถรวาทใช้ภาษาบาลี ฝ่ายมหายานใช้ภาษาสังสฤ?(บางครั้งก็ปนปรากิต) การสังคายนาครั้งนี?ไม่มีบันทึกหลักฐานทางฝ่ายเถรวา?

***

การนับสังคายนาของไทย

                ไทยเรายอมรับรองการสังคายนาครั้งที่ ??แล??ในอินเดี?และครั้งที?? ? ?แล??ในลังก?ซึ่งกระทำเมื่อ ?? ๒๓? ?? ๔๓? ?? ๙๕?แล??? ๑๕๘๗ รวมกันเป็น ?ครั้?

                การสังคายนาครั้งที??ทำในประเทศไท?เมื่อประมา??? ๒๐๒๐ พระเจ้าติโลกรา?
แห่งเชียงใหม่ได้อาราธนาพระภิกษุผู้ทรงพระไตรปิฎกหลายร้อยรูป ช่วยกันชำระพระไตรปิฎกที่วัดโพธาราม ใช้เวล??ปี จึงแล้วเสร็จ การสังคายนาครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ?ในประเทศไท?

                การสังคายนาครั้งที??/strong> ทำในประเทศไท?เมื่??? ๒๓๓๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้??ได้ทรงอาราธนาพระสงฆ์ให้ชำระพระไตรปิฎ?มีพระสงฆ?๒๑?รู?กับราชบัณฑิตาจารย์อุบาสก ๓๒ คน ช่วยกันชำระพระไตรปิฎ?แล้วจารึกลงในใบลาน แล้วเสร็จใ??เดือ?นับเป็นการสังคายนาครั้งที่ ?ในประเทศไท?

***

การชำระและจารึกกับการพิมพ์พระไตรปิฎกในประเทศไท?

                สมัยที??/strong> ชำระและจารลงในใบลา?กระทำที่เมืองเชียงใหม่ สมัยพระเจ้าติโลกรา?ประมาณ ?? ๒๐๒๐ ตัวอักษรที่ใช้ในการจารึก คงเป็นอักษรแบบไทยล้านน?ซึ่งคล้ายกับอักษรพม่?

            สมัยที??/strong> ชำระและจารลงในใบลา?กระทำที่กรุงเท??เมื่??? ๒๓๓๑ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ?ให้ชำระและแปลฉบับอักษรลาวและอักษรรามัญ เป็นอักษรขอม ใส้ตู้ไว้ใ?หอมณเฑียรธรร?และถวายพระสงฆ์ไว้ทุกพระอารามหลวง

                สมัยที??/strong> ชำระและพิมพ์เป็นเล่ม กระทำที่กรุงเท??รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้??เมื่อป??? ๒๔๓๑ ถึ??? ๒๓๓๖ ได้คัดลอกตัวอักษรขอมในคัมภีร์ใบลาน เป็นตัวอักษรไท?และชำระแก้ไข แล้วพิมพ์เป็นเล่มหนังสือรว?๓๙ เล่ม มีการประกาศสังคายน?แต่คนทั่วไ?ไม่ถือว่าเป็นการสังคายนา พิมพ์ออกมา ?๐๐?ชุ?นับว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไท?ที่มีการพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นเล่มด้วยตัวอักษรไทย ในการพิมพ์ครั้งนี้พิมพ์ได้ ๓๙ เล่มชุ?ยังไม่ได้พิมพ์อี??เล่ม มาพิมพ์เพิ่มเติมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้??

                สมัยที??/strong> ชำระและพิมพ์เป็นเล่ม กระทำที่กรุงเท??รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้??เมื่อป??? ๒๔๖๘ ถึ??? ๒๔๗๓ เรียกว่าพระไตรปิฎกฉบับสยามรั?พิมพ??๕๐?จบ พระราชทานในพระราชอาณาจัก?๒๐?จบ พระราชทานในนานาประเท?๔๕?จบ อี?๘๕?จบ พระราชทานแก่ผู้บริจาคทรัพย์ขอรับหนังสือพระไตรปิฎ?

                ผลจากการส่งพระไตรปิฎกไปต่างประเท?ทำให้มีผู้พยายามอ่านอักษรไทย เพื่อให้สามารถ อ่านพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยได้ และได้มีภิกษุชาวเยอรมันเขียนหนังสือสดุดีไว้ว่า พระไตรปิฎกฉบับ ของไทยสมบูรณ์กว่าฉบับพิมพ์ด้วยอักษรโรมัน ของสมาคมบาลีปกรณ์ในอังกฤ?เป็นอันมาก

***

ลำดับชั้นคัมภีร์ทางพระพุทธศาสน?

                พระไตรปิฎก เป็นหลักฐานชั้??เรียกว่า พระบาล?

                อรรถกถาหรือวัณณน?เป็นคำอธิบายพระไตรปิฎก เป็นหลักฐานชั้??มีขึ้นเมื่อประมา??? ๙๕?

                ฎีกา เป็นคำอธิบายอรรถกถ?เป็นหลักฐานชั้??มีขึ้นเมื่อประมา??? ๑๕๘๗

                อนุฎีก?เป็นคำอธิบายฎีกา เป็นหลักฐานชั้??

***

การแปลพระไตรปิฎกภาษาบาลีเป็นภาษาไท?

                การแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาไท?ได้กระทำกันมาช้านานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธย?ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ?ได้โปรดเกล้า ?ให้จัดแปลไว้เป็นจำนวนมาก ในรัชสมัยต่อ ?มา การแปลก็ยังคงดำเนินไปเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่จะแปลพระสุตตันตปิฎ?พระวินัยปิฎกและพระอภิธรรมปิฎกมีน้อ?สำนวนโวหารในการแปลก็ผิดกันมา?เพราะต่างยุคต่างสมัย

                ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิด?เมื่อป???๒๔๘๓
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสสเท? วัดสุทัศน์เทพวรารา?ทรงปรารภว่?พระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลี ผู้ใคร่ศึกษาต้องรู้ภาษาบาลีอย่างลึกซึ้?จึงจะศึกษาได้สมประสงค์ แม้มีผู้รู้แปลสู่ภาษาไทยอยู่บ้าง ก็เลือกแปลเฉพาะบางตอ?ไม่ตลอดเรื่อ?ถ้าสามารถแปลจบครบบริบูรณ?ก็จะเป็นอุปการคุณแก่ พุทธบริษัทชาวไทยอย่างใหญ่หลว?ในต่างประเทศ ได้มีนักปราชญ์อุตสาหะแปลบาลีพระไตรปิฎกฝ่ายเถรวาท ออกเป็นภาษาของเขาแล้?สำหรับฝ่ายมหายานนั้น ได้มีการแปลพระไตรปิฎ?จากฉบับภาษาสันสกฤต ออกเป็นภาษาของชาวประเทศที่นับถือลัทธิมหายา?มาแล้วช้านาน การที่นักปราชญ์ดังกล่าวจัดแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาของเข?ก็ด้วยเห็นประโยชน์ที่มหาชนชาวประเทศนั้??จะพึงได้รับการศึกษาพระไตรปิฎกเป็นสำคัญ จึงเป็นการสมควรด้วยประการทั้งปวง ที่จะคิดจัดแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาไทยให้ตลอดสา?จะเป็นเครื่องเฉลิมพระเกียรติแห่งพระมหากษัตริย์ และประเทศไทยให้ปรากฎไปในนานาประเทศ แต่เนื่องด้วยการนี้เป็นการใหญ่ เกินวิสัยที่เอกชนคนสามัญจะทำให้สำเร็จได้ จึงขอให้กระทรวงธรรมการ นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ?

                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิด?ทรงมีพระราชดำริเห็นชอบ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้??ให้รับการจัดแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาไทย ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ?ถวายให้สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานในการนี้ ให้กรมธรรมการเป็นผู้อำนวยการฝ่ายคฤหัสถ?จัดพิมพ์ พระไตรปิฎกเป็นสมุดตีพิมพ์และลงในใบลา?เพื่อเผยแพร่แก่พุทธบริษัทสืบไป

                คณะกรรมการแปลพระไตรปิฎ?เริ่มดำเนินการแปลตั้งแต่ปลายปี ?? ๒๔๘๓ โดยแบ่งเป็??ประเภทคื?

                ? แปลโดยอรรถ ตามความในบาลีพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ สำหรับพิมพ์เป็นเล่มสมุ?เรียกว่า "พระไตรปิฎกภาษาไท?quot;

                ? แปลโดยสำนวนเทศนา สำหรับพิมพ์ลงใบลาน เป็นคัมภีร์เทศนา เรียกว่า "พระไตรปิฎกเทศนาฉบับหลว?quot; แบ่งออกเป็??๒๕?กัณฑ?โดยถือเกณฑ์พระอรหันต??๒๕?รู?เมื่อคราวจตุรงคสันนิบาตในสมัยพุทธกาล เป็นพระวินัยปิฎก ๑๘?กัณฑ?พระสุตตันตปิฎก ?๐๕?กัณฑ?พระอภิธรรมปิฎก ๑๔ กัณฑ?พิมพ์ลงใบลานเสร็จเรียบร้อยเป็นครั้งแรก เมื่???๒๔๙๒

                ต่อมาเมื่อ ?? ๒๔๙๕ รัฐบาลไทยดำริจะจัดทำพิธีฉลองยี่สิบห้าพุทธศตวรร?ในปี ?? ๒๕๐๐ คณะสังฆมนตรีพิจารณาเห็นสมควร จัดสร้างพระไตรปิฎกภาษาไท?ซึ่งคณะสงฆ์ได้ตั้งกรรมการจัดแป?และกำลังตรวจสำนว?ทำต้นฉบับสำหรับพิมพ์อยู่แล้วนั้น เพื่อเป็นอนุสาสนีย์เนื่องในงานนั้นด้วย จึงได้กำหนดจำนวนหนังสือที่จะพิมพ?จากจำนวนที่กำหนดไว้เดิ??๐๐?จบ เป็น ?๕๐?จบ เพื่อให้เหมาะสมแก่งานฉลองยี่สิบห้าพุทธศตวรรษ

                ในปี ?? ๒๕๑๔ กรมศาสนาได้ดำเนินการจัดพิมพ์เป็นครั้งที่ ?เห็นว่าจำนวนเล่มที่พิมพ์ ครั้งแรกชุดล?๘๐ เล่ม เพื่อให้ไม่หนาเกินไป และมีจำนวนเล่มเท่าจำนวนพระชนมายุของพระพุทธเจ้า แต่ทำให้การอ้างอิงไม่ตรงกับเล่มในฉบับบาล?ซึ่งมีอยู่ ๔๕ เล่ม ในการพิมพ์ครั้งนี้จึงพิมพ์จบละ ๔๕ เล่ม และประจวบกับปี ?? ๒๕๑๔ นับเป็นมหามงคลสมัยซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ มาบรรจบครบ ๒๕ ปี ทางราชการได้จัดพระราชพิธีรัชดาภิเษ?ถวายเป็นการเฉลิมพระเกียรติ จึงตกลงเรียกพระไตรปิฎกฉบับนี้ว่า "พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับหลว?quot; จัดพิมพ์จำนว??๐๐?จบ จบละ ๔๕ เล่ม

***

พระไตรปิฎก จัดแบ่งหมวดหมู่โดยย่อดังนี?

                ? พระวินัยปิฎก ประมวลพุทธพจน์หมวดพระวินัย คือพุทธบัญญัติเกี่ยวกับความประพฤติความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและการดำเนินกิจการต่าง ?ของภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์ แบ่งเป็น ?คัมภีร?(เรียกย่อหรือหัวใจว่า อา ปา ?จุ ? คื?

? อาทิกัมมิก?หรือ ปาราชิ?ว่าด้วยสิกขาบทที่เกี่ยวกับอาบัติหนักของฝ่ายภิกษุสงฆ์ ตั้งแต่ปาราชิกถึงอนิยต

? ปาจิตตีย?ว่าด้วยสิกขาบทที่เกี่ยวกับอาบัติเบ?ตั้งแต่นิสสัคคิยปาจิตตีย์ถึงเสขิยะรวมตลอดทั้งภิกขุนีวิภังค์ทั้งหมด

? มหาวรร?ว่าด้วยสิกขาบทนอกปาฏิโมกข์ตอนต้น ๑๐ ขันธกะหรือ ๑๐ ตอ?

? จุลวรรคว่าด้วยสิกขาบทนอกปาฏิโมกข์ตอนปลาย ๑๒ ขันธกะ

? ปริวาร คัมภีร์ประกอบหรือคู่มือบรรจุคำถามคำตอบสำหรับซ้อมความรู้พระวินั?

                พระวินัยปิฎกนี?แบ่งอีกแบบหนึ่งเป็??คัมภีร์เหมือนกัน (จั??ข้อในแบบต้นนั้นใหม? คื?

? มหาวิภังค์ หรือ ภิกขุวิภังค์ ว่าด้วยสิกขาบทในปาฏิโมกข?(ศี?๒๒?ข้? ฝ่ายภิกษุสงฆ?/p>

? ภิกขุนีวิภังค์ ว่าด้วยสิกขาบทในปาฏิโมกข?(ศี?๓๑?ข้? ฝ่ายภิกษุณีสงฆ?

? มหาวรร?

? จุลวรร?

? ปริวาร

                บางทีท่านจัดให้ย่นย่อเข้าอีก แบ่งพระวินัยปิฎกเป็น ?หมวด คื?

? วิภังค์ว่าด้วยสิกขาบทในปาฏิโมกข์ทั้งฝ่ายภิกษุสงฆ์และฝ่ายภิกษุณีสงฆ?(คือรวมข้??แล??ข้างต้นทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน)

? ขันธกะ ว่าด้วยสิกขาบทนอกปาฏิโมกข์ทั้ง ๒๒ ขันธกะหรือ ๒๒ บทตอ?(คือรวมข้??แล??เข้าด้วยกั?

? ปริวาร คัมภีร์ประกอ?(คือข้อ ?ข้างบน)

                ? พระสุตตันตปิฎก ประมวลพุทธพจน์หมวดพระสูต?คื?พระธรรมเทศนาคำบรรยายธรรมต่างๆที่ตรัสยักเยื้องให้เหมาะกับบุคค?และโอกาสตลอดจนบทประพันธ์ เรื่องเล่าและเรื่องราวทั้งหลายที่เป็นชั้นเดิมในพระพุทธศาสน?แบ่งเป็น ?นิกา?(เรียกย่อหรือหัวใจว่า ที ?สํ อํ ขุ) คื?/p>

? ทีฆนิกาย ชุมนุมพระสูตรที่มีขนาดยา?๓๔ สูตร

? มัชฌิมนิกา?ชุมนุมพระสูตรที่มีความยาวปานกลาง ๑๕?สูตร

? สังยุตตนิกายชุมนุมพระสูตรที่จัดรวมเข้าเป็นกลุ่??เรียกว่าสังยุตต์หนึ่??ตามเรื่องที่เนื่องกั?หรือตามหัวข้อหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม ๕๖ สังยุตต์ มี ?๗๖?สูตร

? อังคุตตรนิกา?ชุมนุมพระสูตรที่จัดรวมเข้าเป็นหมวด ?เรียกว่านิบาตหนึ่ง?ตามลำดับจำนวนหัวข้อธรร?รว?๑๑ นิบา?หรือ ๑๑ หมวดธรรมมี ?๕๕?สูตร

? ขุททกนิกาย ชุมนุมพระสูตรคาถาภาษิตคำอธิบาย และเรื่องราวเบ็ดเตล็ดที่จัดเข้าในสี่นิกายแรกไม่ได้มี ๑๕ คัมภีร?

                ? พระอภิธรรมปิฎก ประมวลพระพุทธพจน์หมวดพระอภิธรร?คือหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้ว??ไม่เกี่ยวด้วยบุคคลหรือเหตุการณ?แบ่งเป็น ?คัมภีร?(เรียกย่อหรือหัวใจว่าสํ วิ ธา ปุ ??? คื?

? สังคณี หรือ ธัมมสังคณี รวมข้อธรรมเข้าเป็นหมวดหมู่แล้วอธิบายทีละประเภท ?/p>

? วิภังค?ยกหมวดธรรมสำคั??ขึ้นตั้งเป็นหัวเรื่องแล้วแยกแยะออกอธิบายชี้แจงวินิจฉัยโดยละเอียด

? ธาตุกถาสงเคราะห์ข้อธรรมต่า??เข้าในขันธ?อายตนะ ธาตุ

? ปุคคลบัญญัติ บัญญัต?ความหมายของบุคคลประเภทต่าง?ตามคุณธรรมที่มีอยู่ในบุคคลนั้น?/p>

? กถาวัตถุ แถลงและวินิจฉัยทัศนะของนิกายต่าง?สมัยสังคายนาครั้งที่ ?

? ยม?ยกหัวข้อธรรมขึ้นวินิจฉัยด้วยวิธีถามตอบ โดยตั้งคำถามย้อนกันเป็นคู่?

? ปัฏฐาน หรือมหาปกรณ์ อธิบายปัจจัย๒๔ แสดงความสัมพันธ์เนื่องอาศัยกันแห่งธรรมทั้งหลายโดยพิสดา?

***

                พระไตรปิฎกที่พิมพ์ด้วยอักษรไทยท่านจัดแบ่งเป็?๔๕ เล่ม แสดงพอให้เห็นรูปเค้าดังนี้

                ? พระวินัยปิฎก ?เล่ม

เล่ม ?/strong> มหาวิภังค์ ภา??ว่าด้วยปาราชิก สังฆาทิเสส และอนิยตสิกขาบ?(สิกขาบทในปาฏิโมกข์ฝ่ายภิกษุสงฆ?๑๙ ข้อแรก)

เล่ม ?มหาวิภังค์ ภา??ว่าด้ว?สิกขาบทเกี่ยวกับอาบัติเบาของภิกษ ?เป็นอันครบสิกขาบ?๒๒?หรือ ศี?๒๒?

เล่ม ?ภิกขุนีวิภังค์ ว่าด้วยสิกขาบท ๓๑?ของภิกษุณี

เล่ม ?/strong> มหาวรร?ภา??มี ?ขันธ กะ ว่าด้วยการอุปสมบ?(เริ่มเรื่องตั้งแต่ตรัสรู้และประดิษฐานพระศาสน? อุโบสถ จำพรรษ?และปวารณ?/p>

เล่ม ?/strong> มหาวรร?ภา??มี ?ขันธ กะ ว่าด้วยเรื่องเครื่องหนังเภสั?กฐิน จีวร นิคหกรรม และการทะเลาะวิวาทและสามัคค?/p>

เล่ม ?/strong> จุลวรร?ภา??มี ?ขันธกะ ว่าด้วยเรื่องนิคหกรร?วุฏฐานวิธี และการระงับอธิกรณ์

เล่ม ?/strong> จุลวรร?ภา??มี ?ขันธกะ ว่าด้วยข้อบัญญัติปลีกย่อ?เรื่องเสนาสนะสังฆเภท วัตรต่าง ?การงดสวดปาฏิโมกข?เรื่องภิกษุณ?เรื่องสังคายนาครั้งที่ ?แล?ครั้งที่ ?

เล่ม ?/strong> เปริวา?คู่มือถามตอบซ้อมความรู้พระวินั?/p>

                ? พระสุตตันปิฎ?๒๕ เล่ม

                ? ทีฆนิกาย ?เล่ม

เล่ม ?/strong> สีลขันธวรร?มีพระสูตรขนาดยาว ๑๓ สูตร หลายสูตรกล่าวถึงจุลศีลมัชฌิมศี?มหาศีล

เล่ม ๑๐ มหาวรร?มีพระสูตรยาว ๑๐ สูตร ส่วนมากชื่อเริ่มด้วย“มหา?เช่น มหาปรินิพพานสูตร มหาสติปัฏฐานสูตร เป็นต้?/p>

เล่ม ๑๑ ปาฏิกวรร?มีพระสูตรยาว ๑๑ สูตร เริ่มด้วยปาฏิกสูตรหลายสูตรมีชื่อเสีย?เช่น จักกวัตติสูต?อัคคัญสูตร สิงคาลกสูต?และสังคีติสูตร

                ? มัชฌิมนิกา??เล่ม

เล่ม ๑๒ มูลปัณณาสก?บั้นต้?มีพระสูตรขนาดกลา?๕๐ สูตร

เล่ม ๑๓ มัชฌิมปัณณาสก์ บั้นกลางมีพระสูตรขนาดกลา?๕๐ สูตร

เล่ม ๑๔ อุปริปัณณาสก?บั้นปลายมีพระสูตรขนาดกลา?๕๒ สูตร

                ? สังยุตตนิกาย ?เล่ม

เล่ม ๑๕ สคาถวรรค รวมคาถาภาษิตที่ตรัสและกล่าวตอบบุคคลต่า??เช่น เทวดามาร ภิกษุณ?พราหมณ?พระเจ้าโกศ?เป็นต้?จัดเป็นกลุ่มเรื่องตามบุคคลและสถานที่ มี ๑๑ สังยุตต์

เล่ม ๑๖ นิทานวรร?ครึ่งเล่มว่าด้วยเหตุปัจจัย คือหลักปฏิจจสมุปบาทนอกนั้น มีเรื่องเหตุ การบรรลุธรรม สังสารวั?ลาภสักการะ เป็นต้?จั?เป็น ๑๐ สังยุตต์

เล่ม ๑๗ ขันธวารวรร?ว่าด้วยเรื่องขันธ์ ?ในแง่มุมต่าง?มีเรื่องเบ็ดเตล็ดรวมทั้งเรื่องสมาธิและทิฏฐิต่า??ปะปนอยู่บ้าง จัดเป็?๑๓ สังยุตต์

เล่ม ๑๘ สฬายตนวรรค เกือบครึ่งเล่มว่าด้วยอายตน??ตามแนวไตรลักษณ?เรื่องอื่นมีเบญจศีลข้อปฏิบัติให้ถึงอสังขตะ อันตคาหิกทิฏฐิ เป็นต้?จัดเป็?๑๐ สังยุตต์

เล่ม ๑๙ มหาวรร?ว่าด้วยโพธิปักขิยธรร?๓๗ แต่เรียงลำดับเป็นมรรคโพชฌงค์ สติปัฏฐา?อินทรีย์ สัมมัปปธาน พล?อิทธิบาท รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้อง เช่น นิวรณ์ สังโยชน์ อริยสัจจ์ฌาน ตลอดถึงองค์คุณของพระโสดาบันและอานิสงส์ของการบรรลุโสดาปัตติผล จัดเป็?๑๒ สังยุตต์ (พึงสังเกตว่าคัมภีร์นี้เริ่มต้นด้วยการย้ำความสำคัญของความมีกัลยาณมิตร เป็นจุดเริ่มต้นเข้าสู่มรรค)

                ? อังคุตตรนิกา??เล่ม

เล่ม ๒๐ เอ?ทุ?ติกนิบาต ว่าด้วยธรร?หมวด ?หมวด ?หมวด ?รวมทั้งเรื่องเอตทัคค?/p>

เล่ม ๒๑ จตุกกนิบาต ว่าด้วยธรรมหมว??/p>

เล่ม ๒๒ ปัญจ?ฉักกนิบา?ว่าด้วยธรรมหมว???/p>

เล่ม ๒๓ สัตต?อัฏฐ?นวกนิบาต ว่าด้วยธรรมหมว????/p>

เล่ม ๒๔ ทส?เอกาทสกนิบาต ว่าด้วยธรรมหมว?๑๐-๑๑
ในอังคุตตรนิกายมีข้อธรรมหลากหลายลักษณะ ตั้งแต่ทิฏฐธัมมิกัตถะถึงปรมัตถะทั้งสำหรับบรรพชิต และสำหรับคฤหัสถ์ กระจายกันอยู่โดยเรียงตามจำนว?/p>

                ? ขุททกนิกาย ?เล่ม

เล่ม ๒๕ รวมคัมภีร์ย่อย ?คื?ขุททกปาฐ?(บทสวดย่อยๆ โดยเฉพาะมงคลสูตร รตนสูต?กรณียเมตตสูต? ธรรมบท (เฉพาะตัวคาถาทั้ง ๔๒? อุทา?(พุทธอุทา?๘๐) อิติวุตตกะ(พระสูตรที่ไม่ขึ้นต้นด้วย “เอวมฺเม สุตํ?แต่เชื่อมความเข้าสู่คาถาด้วยคำว่?“อิต?วุจฺจติ” รว?๑๑?สูตร) และสุตตนิบาต (ชุมนุมพระสูตรชุดพิเศ?ซึ่งเป็นคาถาล้วน หรือมีความนำเป็นร้อยแก้ว รว?๗๑ สูตร)

เล่ม ๒๖ มีคัมภีร์ย่อยที่เป็นคาถาล้วน ?คื?วิมานวัตถุ (เรื่องผู้เกิดในสวรรค์อยู่วิมานเล่าการทำความดีของตนในอดีต ที่ทำให้ได้ไปเกิดเช่นนั้?๘๕ เรื่อง) เปตวัตถุ (เรื่องเปรตเล่ากรรมชั่วในอดีตของตน๕?เรื่อง) เถรคาถ?(คาถาของพระอรหันตเถระ ๒๖?รูปที่กล่าวแสดงความรู้สึกสงบประณีตในการบรรลุธรรมเป็นต้? เถรีคาถา (คาถาของพระอรหันตเถรี ๗๓ รู?ที่กล่าวแสดงความรู้สึกเช่นนั้น)

เล่ม ๒๗ ชาดก ภา??รวมคาถาแสดงคติธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ในอดีตชาติ และมีคาถาภาษิตของผู้อื่นปนอยู่บ้าง ภาคแรกตั้งแต่เรื่องที่มีคาถาเดีย?(เอกนิบาต)ถึงเรื่องม?๔๐ คาถา (จัตตาฬีสนิบา? รว?๕๒?เรื่อง

เล่ม ๒๘ ชาดก ภา??รวมคาถาอย่างในภา??นั้น เพิ่มอีก แต่เป็นเรื่องอย่างยาวตั้งแต่เรื่องมี ๕๐ คาถา (ปัญญาสนิบา? ถึงเรื่องมีคาถามากมา?(มหานิบาต) จบลงด้วยมหาเวสสันดรชาดกซึ่งม??๐๐?คาถารวมอีก ๒๒ เรื่อง บรรจบทั้งสองภา?เป็น ๕๔?ชาดก

เล่ม ๒๙ มหานิทเท?ภาษิตของพระสารีบุตรอธิบายขยายความพระสูตร๑๖ สูตร ในอัฏฐกวรรคแห่งสุตตนิบาต

เล่ม ๓๐ จูฬนิทเท?ภาษิตของพระสารีบุตรอธิบายขยายความพระสูตร ๑๖ สูตร ในปารายนวรรค และขัคควิสาณสูตร ในอุรควรรค แห่งสุตตนิบา?/p>

เล่ม ๓๑ ปฏิสัมภิทามรรค ภาษิตของพระสารีบุตรอธิบายข้อธรรมที่ลึกซึ้งต่างๆเช่นเรื่อ?ญา?ทิฏฐ?อานาปา?อินทรีย์ วิโมกข?เป็นต้?อย่างพิสดา?เป็นทางแห่งปัญญาแตกฉาน

เล่ม ๓๒ อปทา?ภา??คาถาประพันธ์แสดงประวัต?โดยเฉพาะในอดีตชาติเริ่มด้วยพุทธอปทาน (ประวัติของพระพุทธเจ้? ปัจเจกพุทธอปทา?(เรื่องราวของพระปัจเจกพุทธเจ้? ต่อด้วยเถรอปทา?อัตตประวัติแห่งพระอรหันตเถระ) เรียงลำดับเริ่มแต่พร?สารีบุตร ตามด้วยพระมหาโมคคัลลาน?พระมหากัสสปะพระอนุรุทธ พระปุณณมันตานีบุตร พระอุบาล?พระอัญญาโกณฑัญญะ พระปิณโฑลภารทวาช?พระขทิรวนิยเรวตะ พระอานนท์ต่อเรื่อยไปจนจบภา??รว?พระอรหันตเถร?๔๑?รู?/p>

เล่ม ๓๓ อปทา?ภา??คาถาประพันธ์แสดงอัตตประวัติพระอรหันตเถระต่ออีก จนถึงรูปที?๕๕?ต่อนั้?เป็นเถรีอปทานแสดงเรื่องราวของพระอรหันตเถรี ๔๐ เรื่อง เริ่มด้วยพระเถรีที่ไม่คุ้นนาม๑?รู?ต่อด้วยพระเถรีที่สำคัญเรียงลำดับคือพระมหาปชาบดีโคตมี พระเขม?พระอุบลวรรณา พระปฏาจารา พระกุณฑลเกสีพระกีสาโคตมี พระธรรมทินนา พระสกุลา พระนันทา พระโสณ?พระภัททก?ปิลานี พระยโสธร?และท่านอื่นๆ ต่อไปจนจ?ครั้นจบอปทานแล้ว ท้ายเล่ม ๓๓ นี?มีคัมภีร?พุทธวงส์ เป็นคาถาประพันธ์แสดงเรื่องของพระพุทธเจ้าในอดีต ๒๔ พระองค?ที่พระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันเคยได้ทรงเฝ้า และได้รับพยากรณ์จนถึงประวัติของพระองค์เอ?รวมเป็นพระพุทธเจ้า ๒๕ พระองค?จบแล้วมีคัมภีร์สั้นๆ ชื่อ จริยาปิฎ?เป็นท้ายสุ?แสดงพุทธจริยาในอดีตชาต?๓๕ เรื่องที่มีแล้วในชาด?แต่เล่าด้วยคาถาประพันธ์ใหม?ชี้ตัวอย่างการบำเพ็ญบารมีบางข้?/p>

                ? พระอภิธรรมปิฎก ๑๒ เล่ม

เล่ม ๓๔ ธัมมสังคณี ต้นเล่มแสด?มาติกา (แม่บ? อันได้แก่บทสรุปแห่งธรรมทั้งหลายที่จัดเป็นชุด?มีทั้งชุ??เช่นจัดทุกสิ่งทุกอย่างประดามีเป็นกุศลธรร?อกุศลธรร?อัพยากฤตธรรมชุดหนึ่งเป็นอดีตธรรม อนาคตธรร?ปัจจุบันธรรม ชุดหนึ่ง ฯล?และชุด ?เช่นจัดทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสังขตธรรมอสังขตธรร?ชุดหนึ่ง รูปีธรรม อรูปีธรร?ชุดหนึ่ง โลกียธรร?โลกุตตรธรร?ชุดหนึ่งเป็นต้?รวมทั้งหมดมี ๑๖๔ชุด หรือ ๑๖?มาติกา จากนั้นขยายความมาติกาที่ ?เป็นตัวอย่าง แสดงให้เห็นกุศลธรร?อกุศลธรร?และอัพยากฤตธรรมที่กระจายออกไปโดย จิ?เจตสิก รู?และนิพพา?ท้ายเล่มมีอี??บท แสดงคำอธิบายย่อหรือคำจำกัดความข้อธรรมทั้งหลายในมาติกาที่กล่าวถึงข้างต้นจนครบ ๑๖?มาติกา ได้คำจำกัดความข้อธรรมใ??บท เป็น ?แบ?แต่บทท้ายจำกัดความไว้เพียง ๑๒?มาติกา)

เล่ม ๓๕ วิภังค?ยกหลักธรรมสำคั??ขึ้นมาแจกแจงแยกแยะอธิบายกระจายออกให้เห็นทุกแง่จนชัดเจนจบไปเป็นเรื่อง?รวมอธิบายทั้งหมด ๑๘ เรื่อง คื?ขันธ??อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘อริยสัจจ??อินทรีย์ ๒๒ ปฏิจจสมุปบาท สติปัฏฐา??สัมมัปปธาน ?อิทธิบาท ?โพชฌงค??มรรคมีองค์ ?ฌา?อัปปมัญญาศีล ?ปฏิสัมภิทา ?ญาณประเภทต่า??และเบ็ดเตล็ดว่าด้วยอกุศลธรรมต่าง ?อธิบายเรื่องใด ก็เรียกว่าวิภังค์ของเรื่องนั้น?เช่นอธิบายขันธ??ก็เรียกขันธวิภังค์ เป็นต้?รวมม?๑๘ วิภังค?/p>

เล่ม ๓๖ ธาตุกถ?นำข้อธรรมในมาติกาทั้งหลายและข้อธรรมอื่?ๆอีก ๑๒?อย่า?มาจัดเข้าในขันธ์ ?อายตนะ ๑๒ และธาต?๑๘ ว่าข้อใดได้หรือไม่ได้ในอย่างไห??และปุคคลบัญญัติบัญญัติความหมายของชื่อที่ใช้เรียกบุคคลต่างๆ ตามคุณธรรม เช่นว่?“โสดาบัน?ได้แก่ บุคคลผู้ละสังโยชน์?ได้แล้?ดังนี้เป็นต้?/p>

เล่ม ๓๗ กถาวัตถุ คัมภีร์ที่พระโมค คัลลีบุตรติสสเถร?ประธานการสังคายนาครั้งที??เรียบเรียงขึ้น เพื่อแก้ความเห็นผิดของนิกายต่า??ในพระพุทธศาสนาครั้งนั้?ซึ่งได้แตกแยกกันออกแล้วถึง๑๘ นิกา?เช่นความเห็นว่?พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตตผลได้ เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการเกิดได้ ทุกอย่างเกิดจากกรรมเป็นต้น ประพันธ์เป็นคำปุจฉาวิสัชนา มีทั้งหม?๒๑?กถ?/p>

เล่ม ๓๘ ยม?ภา??คัมภีร์อธิบายหลักธรรมสำคัญให้เห็นความหมา?และขอบเขตอย่างชัดเจน และทดสอบความรู้อย่างลึกซึ้?ด้วยวิธีตั้งคำถามย้อนกันเป็นคู??(ยม?แปลว่า คู?เช่นถามว่า ธรรมทั้งปวงที่เป็นกุศล เป็นกุศลมู?หรือว่าธรรมทั้งปวงที่เป็นกุศลมูล เป็นกุศล, รู?(ทั้งหม? เป็นรูปขันธ์ หรือว่ารูปขันธ?ทั้งหม? เป็นรู? ทุกข?(ทั้งหม? เป็นทุกขสัจจ?หรือว่าทุกขสัจจ์ (ทั้งหม? เป็นทุกข?หลักธรรมที่นำมาอธิบายในเล่มนี้มี?คื?มู?(เช่นกุศลมู? ขันธ?อายตนะ ธาตุ สัจจ?สังขาร อนุสัย ถามตอบอธิบายเรื่องใด ก็เรียกว่ายมกของเรื่องนั้น ?เช่น มูลยมก ขันธยม?เป็นต้?เล่มนี้จึงมี ?ยม?/p>

เล่ม ๓๙ ยม?ภา??ถามตอบอธิบายหลักธรรมเพิ่มเติมจากภา??อีก๓ เรื่อง คื?จิตตยม?ธรรมยม?(กุศล-อกุศ?อัพยากตธรร? อินทรียยมกบรรจบเป็?๑๐ ยม?/p>

เล่ม ๔๐ ปัฏฐาน ภา??คัมภีร์ปัฏฐานอธิบายปัจจั?๒๔ โดยพิสดารแสดงความสัมพันธ์อิงอาศัยเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลายในแง่ด้าน ต่าง ?ธรรมที่นำมาอธิบายก็คือข้อธรรมที่มีในมาติกาคือแม่บทหรือบทสรุป ธรรมซึ่งกล่าวไว้แล้วในคัมภีร์สังคณีนั่นเองแต่อธิบายเฉพาะ ๑๒?มาติกาแรกที่เรียกว่าอภิธรรมมาติก?ปัฏฐานเล่มแรกนี้ อธิบายความหมายของปัจจั?๒๔ เป็นการปูพื้นความเข้าใจเบื้องต้นก่อนจากนั้นจึงเข้าสู่เนื้อหาของเล่?คื?อนุโลมติกปัฏฐา?อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลายในแม่บทชุด?(ติกมาติก? โดยปัจจั?๒๔ นั้น เช่นว่ากุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมโดยอุปนิสสยปัจจั?(เพราะศรัทธ?จึงให้ทานจึงสมาทานศี?จึงบำเพ็ญฌาน จึงเจริญวิปัสสนา ฯล? กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมโดยอุปนิสสยปัจจั?(คิดถึงทานที่ตนได้ให้ศีลที่ได้รักษาแล้ว ดีใจ ยึดเป็นอารมณ์แน่นหนาจนเกิดราคะ ทิฏฐ? มีศรัทธา มีศี?มีปัญญาแล้วเกิดมานะว่า ฉันดีกว่?เก่งกว่า หรือ เกิดทิฏฐิว่า ต้องทำอย่างเรานี้เท่านั้นจึงถูกต้อ?ฯล? อกุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมโดยอุปนิสสยปัจจั?เพราะความอยากบางอย่า?หรือเพราะมานะหรือทิฏฐิ จึงให้ทา?จึงรักษาศี?จึงทำฌานให้เกิดฯลฯ) กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอารัมมณปัจจัย (คิดถึงฌานที่ตนเคยได้แต่มาเสื่อมไปเสียแล้วเกิดความโทมนั?ฯล? อย่างนี้เป็นต้?(เล่มนี้อธิบายแต่ในเชิงอนุโลม คือตามนัยปกติไม่อธิบายตามนัยปฏิเสธจึงเรียกว่าอนุโลมปัฏฐา?

เล่ม ๔๑ ปัฏฐาน ภา??อนุโลมติกปัฏฐา?ต่?คื?อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลายในแม่บทชุด ?ต่อจากเล่ม ๔๐ เช่น อดีตธรรมเป็นปัจจัยแก่ปัจจุบันธรร?โดยอารัมมณปัจจัย(พิจารณารูปเสียงเป็นต้น ที่ดับเป็นอดีตไปแล้วว่?เป็นของไม่เที่ยงเป็นทุกข?เป็นอนัตตา เกิดความโทมนัสขึ้นฯล? เป็นต้?/p>

เล่ม ๔๒ ปัฏฐาน ภา??อนุโลมทุกปัฏฐา?อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลายในแม่บทชุด ?(ทุกมาติก? เช่น โลกียธรรมเป็นปัจจัยแก่โลกียธรร?โดยอารัมมณปัจจัย (รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯล? ดังนี้ เป็นต้?/p>

เล่ม ๔๓ ปัฏฐาน ภา??อนุโลมทุกปัฏฐา?ต่?/p>

เล่ม ๔๔ ปัฏฐาน ภา??ยังเป็นอนุโลมปัฏฐา?แต่อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลายในแม่บทต่าง?ข้ามชุดกันไปมา ประกอบด้วย อนุโลมทุกติกปัฏฐาน ธรรมในแม่บทชุด?(ทุกมาติก? กับธรรมในแม่บทชุ??(ติกมาติก? เช่น อธิบาย “กุศลธรรมที่เป็นโลกุตตรธรร?เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมที่เป็นโลกียธรร?โดยอธิปติปัจจัย” เป็นอย่างไ?เป็นต้?อนุโลมติกทุกปัฏฐาน ธรรมในแม่บทชุด ?ติกมาติก? กับธรรมในแม่บทชุ??(ทุกมาติก? อนุโลมติกติกปัฏฐาน ธรรมในแม่บทชุด ?(ติกมาติก? กับธรรมในแม่บทชุด๓ (ติกมาติก? โยงระหว่างต่างชุดกัน เช่นอธิบายว่?“กุศลธรรมที่เป็นอดีต ธรรมเป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมที่เป็นปัจจุบันธรรม” เป็นอย่างไ?เป็นต้?อนุโลมทุกทุกปัฏฐาน ธรรมในแม่บทชุด ?(ทุกมาติก? กับธรรมในบทชุด?(ทุกมาติก? โยงระหว่างต่างชุดกัน เช่นชุดโลกีย?โลกุตตระ กับชุดสังขตะอสังขต?เป็นต้?/p>

เล่ม ๔๕ ปัฏฐาน ภา??เป็นปัจจนียปัฏฐา?คืออธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลายอย่างเล่มก่อน?นั่นเอ?แต่อธิบายแง่ปฏิเสธ แยกเป็นปัจจนียปัฏฐาน คื?ปฏิเสธ+ปฏิเสธเช่นว่?ธรรมที่ไม่ใช่กุศ?อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศลเกิดขึ้นโดยเหตุปัจจั?เป็นอย่างไ?อนุโลมปัจจนียปัฏฐานคืออนุโลม+ปฏิเสธ เช่นว่?อาศัยโลกิยธรรม ธรรมที่ไม่ใช่โลกุตตรธรรมเกิดขึ้นโดยเหตุปัจจั?เป็นอย่างไ?ปัจจนียานุโลมปัฏฐา?คื?ปฏิเสธ+อนุโลม เช่นว่?อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศลธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น โดยเหตุปัจจั?เป็นอย่างไรและในทั้ง ?แบบนี้ แต่ละแบบ จะอธิบายโดยใช้ธรรมในแม่บทชุด ?แล้วต่อด้วยชุด ?แล้วข้ามชุดระหว่างชุ??กับชุด?ชุ??กับชุด ?ชุ??กับชุด ?ชุ??กับชุด ?จนครบทั้งหมดเหมือนกั?ดังนั้นแต่ละแบบจึงแยกซอยละเอียดออกไปเป็นติ?ทุ?ทุกติก ติกทุก ติกติก ทุกทุก ตามลำดับ (เขียนให้เต็มเป็น ปัจจนียติกปัฏฐานปัจจนียทุกปัฏฐาน ปัจจนียทุกติกปัฏฐา?ฯล?ดังนี้เรื่อยไป จนถึงท้ายสุดคื?ปัจจนียานุโลมทุกทุกปัฏฐา? คัมภีร์ปัฏฐานนี้ ท่านอธิบายค่อนข้างละเอียดเฉพาะเล่มต้??เท่านั้นเล่มหลัง?ท่านแสดงไว้แต่หัวข้อหรือแน?และทิ้งไว้ให้ผู้เข้าใจแนวนั้นแล้วเอาไปแจกแจงโดยพิสดารเอง โดยเฉพาะเล่มสุดท้ายคือภา??แสดงไว้ย่นย่อที่สุ?แม้กระนั้นก็ยังเป็นหนังสือถึ??เล่ม หรือ ?๓๒?หน้ากระดาษพิมพ์ถ้าอธิบายโดยพิสดารทั้งหมด จะเป็นเล่มหนังสืออีกจำนวนมากมายหลายเท่าตัว ท่านจึงเรียกปัฏฐานอีกชื่อหนึ่งว่?“มหาปกรณ์”แปลว่า ตำราใหญ่ ใหญ่ทั้งโดยขนาดและโดยความสำคัญ

                พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่?พระไตรปิฎกมีเนื้อความทั้งหมด ๘๔,๐๐?พระธรรมขันธ์ แบ่งเป็น พระวินัยปิฎก ๒๑,๐๐?พระธรรมขันธ์ พระสุตตันตปิฎก ๒๑,๐๐?พระธรรมขันธ์ และพระอภิธรรมปิฎ?๔๒,๐๐?พระธรรมขันธ์

***

ที่ม?:
          พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท?โดยพระธรรมปิฎก (??ปยุตโต) แล?
          หอมรดกไท?(http://www.heritage.thaigov.net/religion/tripitok/tripitok.htm)

พระไตรปิฎก
เล่มที?
 
พระวินัยปิฎก เล่ม ?มหาวิภังค์ ปฐมภาค
พระวินัยปิฎก เล่ม ?มหาวิภังค์ ทุติยภาค
พระวินัยปิฎก เล่ม ?ภิกขุนีวิภังค์
พระวินัยปิฎก เล่ม ?มหาวรร?ภา??/font>
พระวินัยปิฎก เล่ม ?มหาวรร?ภา??/font>
พระวินัยปิฎก เล่ม ?จุลวรร?ภา??/font>
พระวินัยปิฎก เล่ม ?จุลวรร?ภา??/font>
พระวินัยปิฎก เล่ม ?ปริวาร
พระสุตตันตปิฏก เล่ม ?ทีฆนิกาย สีลขันธวรร?/font>
พระสุตตันตปิฏก เล่ม ?ทีฆนิกาย มหาธวรรค
พระสุตตันตปิฏก เล่ม ?ทีฆนิกาย ปาฏิกวรร?/font>
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ?มัชฌิมนิกา?มูลปัณณาสก?/font>
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ?มัชฌิมนิกา?มัชฌิมปัณณาสก์
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ?มัชฌิมนิกา?อุปริปัณณาสก?/font>
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ?สังยุตตนิกาย สถาควรรค
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ?สังยุตตนิกาย นิทานควรรค
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ?สังยุตตนิกาย ขันธวารวรร?/font>
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตตรนิกา?เอ?ทุ?ติกนิบาต
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตตรนิกา?จตุกกนิบาต
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตตรนิกา?ปัญจ?ฉักกนิบา?/font>
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๕ อังคุตตรนิกา?สัตต?อัฏฐ?นวกนิบาต
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๖ อังคุตตรนิกา?ทส?เอกาทสกนิบาต
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทา?อิติวุตตกะ-สุตตนิบา?/font>
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมา?เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภา??/font>
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภา??/font>
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๑ มหานิทเท?/font>
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๒ จูฬนิทเท?/font>
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ปฏิสัมภิทามรรค
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อุปาทา?ภา??/font>
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อุปาทา?ภา??พุทธวงศ์-จริยาปิฎ?/font>
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ?ธรรมสังคณีปกรณ?/font>
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ?วิภังคปกรณ?/font>
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ?ธาตุกถ?ปุคคลปัญญัติปกรณ?/font>
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ?กถาวัตถุปกรณ?/font>
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ?ยมกปกรณ์ ภา??/font>
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ?ยมกปกรณ์ ภา??/font>
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ?มหาปัฏฐานปกรณ์ ภา??/font>
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ?มหาปัฏฐานปกรณ์ ภา??/font>
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ?มหาปัฏฐานปกรณ์ ภา??/font>
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ?ภา??/font>
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๑ ปัฏฐานปกรณ?ภา??/font>
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๒ ปัฏฐานปกรณ?ภา??/font>
 
 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Monday 2 October, 2006 7:33 PM