พุทธศาสนากับศิลปะแบบตันตระ
 

ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำำภาควิชามนุษยศาสตร?
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


***

เมื่อเร็??นี้พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ ได้จัดนิทรรศการทางศิลปะขึ้นม?ในงานนี้มีการนำพระพุทธรูปแบบ “ตันตระ” (Tantra) ของทิเบตซึ่งมี “ทาระ” (Tara) หรือ “คู่ครอง?สวมกอดอยู่ด้านหน้ามาแสดงหลายองค์ด้วยกั?บังเอิญชาวพุทธแบ?“เถรวาท” ของไทยไปพบเห็นเข้า ได้นำรูปถ่ายของพระพุทธรูปนี้ร้องเรียนไปยังหนังสือพิมพ์รายวันของไทยฉบับหนึ่?หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นได้พาดหัวข่าวในหน้าแรกว่?พิพิธภัณฑ์ในเกาหลีใต้แห่งนั้นกำลังกระทำการที่เป็นการลบหลู่พระพุทธศาสนา ทำให้ชาวพุทธไทยจำนวนไม่น้อยเกิดความไม่พอใจ จนถึงกับมีข่าวว่าจะมีการเดินขบวนประท้วงไปยังสถานทูตเกาหลีใต้ในกรุงเทพฯ

อันที่จริงแล้วพระพุทธรูปดังกล่าวเป็นพระพุทธรูปแบ?“วัชรยาน?(Vajrayana) อันเป็นศิลปะแบ?“ตันตระ” ของทิเบต ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาในหมู่ประชาชนชาวทิเบตมานานหลายชั่วอายุคน ถ้าหากจะประท้วงเราก็กำลังประท้วงขนบธรรมเนียมประเพณ?และวัฒนธรรมของชนชาติอื่นที่สืบทอดกันมายาวนานนับพันปี นับว่ายังโชคดีที่ข่าวการเดินขบวนประท้วงดังกล่าวได้เงียบหายไปเสียก่อน เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าชาวพุทธไทยยังขาดความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาฝ่ายอื่นที่นอกเหนือจากฝ่าย “เถรวาท” ที่ตนเคารพนับถืออยู่อีกมาก

พระพุทธศาสนาฝ่าย “วัชรยาน?หรือ “ตันตระ” เกิดขึ้นในอินเดียในยุคสมัยที่ลัทธิตันตระ (Tantricism) กำลังเฟื่องฟ?ในยุคแห่งความรุ่งเรืองนั้นลัทธิตันตระมีอิทธิพลต่อทั้งปรัชญาและศาสนาในอินเดียอย่างใหญ่หลว?จนทำให้เกิดศาสนาฮินดูแบบตันตระ ศาสนาเชนแบบตันตร?และพระพุทธศาสนาแบบตันตระขึ้น โดยที่ลัทธิตันตระได้ยกย่องและเน้นความสำคัญของเทพเจ้าที่เป็นเพศหญิงขึ้นมา “เทพเจ้า?ทุกพระองค์ในคติความเชื่อแบบตันตร?(ซึ่งรวมทั้งพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งหลา? จึงม?“ทาระ” (คู่ครอ? สวมกอดอยู่ ดังที่แสดงออกในศิลปะแบบตันตร?

ปฏิมากรรมหรือจิตรกรรมแบบตันตระ ซึ่งมีเทพเจ้าเพศหญิงและเพศชายสวมกอดกันอยู่นั้น ชาวทิเบตเรียกว่า “ยับ-ยุม” (yab-yum) มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์มากกว่าอย่างอื่?พุทธศาสนาฝ่ายตันตระอธิบายว่า การตรัสรู้เป็นผลรวมของปัญญาและกรุณ?โดยที่เพศหญิงเป็นสัญลักษณ์ขอ?“ปัญญา?ขณะที่เพศชายเป็นสัญลักษณ์ของ “กรุณา?(ซึ่งตรงข้ามกับสามัญสำนึกของคนในยุคปัจจุบัน) ตามทรรศนะแบบตันตระ ปัญญาเปรียบเหมือนดวงตา กรุณาเปรียบเหมือนแขนขา หากขาดดวงตาแล้วแขนขาก็กระทำการอย่างมืดบอ?หากขาดแขนขาแล้วดวงตาก็ไม่อาจจะทำอะไรได?ดวงตาและแขนขาจึงต้องทำงานร่วมกันอย่างแยกไม่ได้ ปัญญาและกรุณาต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวจึงจะเป็นการตรัสรู้ที่สมบูรณ?

พระพุทธศาสนาฝ่ายตันตระ ซึ่งเป็นผลรวมของพระพุทธศาสนาและลัทธิตันตระนั้น มีทรรศนะในเชิงบวกต่อเรื่องเพ?ตามคำสอนของพระพุทธศาสนาฝ่ายตันตร?คฤหัสถ์ผู้ครองเรือนซึ่งรักษาศีลห้า สามารถมีเพศสัมพันธ์กับคู่ครองได้โดยมิได้ละเมิดคำสอนของพระพุทธเจ้าแต่อย่างใ?สำหรับฆราวาสแล้วศีลข้อที่สามห้ามเพียงมิให้มีเพศสัมพันธ์นอกการสมรสเท่านั้?พระพุทธศาสนาฝ่ายตันตระถือว่า เรื่องเพศเป็?“วิถีทาง?หรือ “อุบาย?อย่างหนึ่งในการเดินทางไปสู่การตรัสรู?แทนที่จะไม่เอ่ยถึงและปล่อยให้ฆราวาสเกี่ยวข้องกับกามคุณอย่างไร้ทิศทาง พระพุทธศาสนาฝ่ายตันตระกลับสอนให้สาวกเข้าหากามคุณด้วย “สติ?เพื่อที่จะเรียนรู้ธรรมชาติที่แท้จริงของมัน และเพื่อว่าจะเอาชนะมันได้ในที่สุ?พระพุทธศาสนาฝ่ายตันตระอุปมาว่า เพื่อที่จะเอาน้ำออกจากหู เราต้องกรอกน้ำเข้าไปในหูอี?หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่?ดังนั้นในการเอาชนะกามคุณ เราต้องรู้จักธรรมชาติที่แท้จริงของมั?ถ้าเราไม่รู้จักธรรมชาติที่แท้จริงของมันแล้?ก็ย่อมไม่อาจอยู่เหนือมันได?

สำหรับบรรพชิตผู้ครองเพศพรหมจรรย์จะต้องใช้วิธีการอีกอย่างหนึ่?เนื่องจากกิเลสทั้งหลายรวมทั้งกามคุณด้วยนั้นเกิดขึ้นจาก “ความคิด?พระพุทธศาสนาจึงสอนให้สานุศิษย์เห็นธรรมชาติที่แท้จริงของความคิด เพื่อที่จะ “เห็น” ความคิดและตัดกระแสของความคิดได้นั้?“ความรู้สึกตัว?(สต? เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ดังนั้?“การเจริญสติ?จึงเป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสน?อย่างไรก็ตามในพระพุทธศาสนาฝ่ายตันตระ การเพ่งภาพสัญลักษณ์ต่า??บางครั้งก็ถูกนำมาใช้ในระหว่างการทำสมาธิภาวนา เพื่อการอยู่เหนือกามคุณทั้งปวง

การยกย่องเทพเจ้าที่เป็นเพศหญิงให้มีความสำคัญเทียบเท่ากับเทพเจ้าเพศชายในพระพุทธศาสนาฝ่ายตันตระนั้?ได้ให้พื้นฐานที่สำคัญในการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีในยุคปัจจุบั?โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสมอภาคในด้านศาสน?พระพุทธศาสนาฝ่ายวัชรยา?หรือตันตระ ได้เผยแผ่และตั้งมั่นอยู่บนที่ราบสูงทิเบตเป็นหลักใหญ่ ชาวทิเบตแต่ดั้งเดิมนั้นเป็นชนเผ่าเร่ร่อนและเชี่ยวชาญการรบพุ่?อย่างไรก็ตาม พระพุทธศาสนาได้มีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อวัฒนธรรมทิเบตมายาวนานกว่??๐๐?ปี และได้เปลี่ยนชนเผ่าเร่ร่อนที่ดุร้ายนี้ให้กลายเป็นชาวทิเบตผู้รักสันติในปัจจุบัน

การยึดครองทิเบตของจี?และการที่ทะไลลามะและพระทิเบตจำนวนมากลี้ภัยการเมืองออกจากทิเบตไปอยู่ทางภาคเหนือของอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เมืองธรรมศาลาอันเป็นที่ประทับของทะไลลามะนั้น ในทางหนึ่งนับเป็นการนำพระพุทธศาสนาฝ่ายวัชรยานไปเปิดเผยต่อโลกภายนอกเป็นครั้งแรก การเดินทางของทะไลลามะพร้อมด้วยพระทิเบตไปในโลกตะวันตก เพื่อรณรงค์ทางการเมืองระหว่างประเทศให้ทิเบตเป็นอิสระจากจีนนั้น ในอีกทางหนึ่งก็เป็นการนำพระพุทธศาสนาฝ่ายวัชรยานเข้าไปเผยแผ่ในโลกตะวันต?ทำให้พระพุทธศาสนาฝ่ายวัชรยานหรือตันตระได้รับความนิยมจากชาวตะวันตกเพิ่มขึ้นเป็นลำดับจวบกระทั่งปัจจุบั?

การลี้ภัยของทะไลลามะ และพระทิเบตไปสู่ประเทศอินเดียนั้?นับเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสน?อาจเป็นไปได้ว่าทะไลลามะและพระทิเบตเหล่านั้นอาจประสบความสำเร็?ในการนำพระพุทธศาสนากลับคืนไปสู่ทางเหนือของอินเดี?ดินแดนอันเป็นแหล่งกำเนิดของพระพุทธศาสน?

***

ที่ม?: หนังสือพิมพ์มติชนรายวั? ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ ๒๑ ธันวาค??? ๒๕๔๖ ปีที?๒๖ ฉบับที?๙๔๑๗. คอลัมน์หน้าต่างความจริ? หน้า ?

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 1:21 PM