ความสุขมวลรวมประชาชาติ (GNH)
 

ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำำภาควิชามนุษยศาสตร?
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


***

ท่ามกลางกระแ?"ไข้เจ้าชายจิกม? (Jigme fever) นักวิชาการ สื่อมวลช?และชาวพุทธกลุ่มหนึ่ง นำโดยศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี และรองศาสตราจารย?ดร.วรากรณ?สามโกเศศ และภายใต้การสนับสนุนของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม ได้พบปะหารือกันถึงแนวคิดเศรษฐศาสตร์ทางเลือกเรื่อ?"ความสุขมวลรวมประชาชาติ" (Gross National Happiness หรือ GNH) ซึ่งประเทศภูฏานเป็นผู้นำเสนอ โดยจะมีการหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมไทยหันมาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง

"ความสุขมวลรวมประชาชาติ" หรือ GNH เป็นแนวความคิดใหม่ในทางเศรษฐศาสตร์มหภา?(Macro Economics) ซึ่งตั้งอยู่บนฐานคิดของพุทธศาสนา มีความแตกต่างอย่างเด่นชัดกับ "ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ" (Gross National Product หรือ GNP) อันเป็นแนวคิดเก่าของเศรษฐศาสตร์ตะวันตกหรือเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ปัจจุบันแนวคิดเรื่อง "ความสุขมวลรวมประชาชาติ" กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล

"ความสุขมวลรวมประชาชาติ" หรือ GNH ได้รับการประกาศเป็นครั้งแรกโดยกษัตริย์จิกม?ชิงเ?วังชุก (King Jigme Singye Wangchuck) แห่งราชอาณาจักรภูฏาน (Bhutan) ในปี ??2515 แนวคิดเรื่อง "ความสุขมวลรวมประชาชาติ" ตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่?ความสุขคือเป้าหมายหรือความต้องการสูงสุดในชีวิตของมนุษย์แต่ละคน ถ้าการพัฒนาประเทศจะเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางแล้ว การพัฒนาก็ควรจะนำไปสู่การบรรลุความพึงพอใจของมนุษย์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

เสาหลักของ "ความสุขมวลรวมประชาชาติ" มี 4 ประการคื?(1) การพัฒนาเศรษฐกิจสังคมอย่างยั่งยืนและเสมอภา?(2) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (3) การรักษาและส่งเสริมวัฒนธรร?แล?(4) การส่งเสริมการปกครองที่ด?ในการนำเสนอแนวคิดเรื่อ?"ความสุขมวลรวมประชาชาติ" นั้น กษัตริย์วังชุกมิได้ทรงนำเสนอแต่เพียงทฤษฎีเท่านั้?แต่พระองค์ได้ทรงแสดงออกในเชิงปฏิบัติทางนโยบา?โดยมีราชอาณาจักรภูฏานเป็นแบบอย่างที่สำคัญให้แก่โลก

เสาหลักข้อที่หนึ่ง "การพัฒนาเศรษฐกิจสังคมอย่างยั่งยืนและเสมอภา? นั้นมิได้ปฏิเสธตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจแบบตะวันตกแต่อย่างใ?เพียงแต่ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจนั้นจะต้องกระทำไปตามแนว "ทางสายกลาง" โดยนำเอาปัจจัยทางด้านวัฒนธรรมและปัจจัยทางด้านจิตใจในส่วนลึกของประชาชนเข้ามาพิจารณาประกอบด้วย เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจนั้นเป็นไปอย่างยั่งยืนและเสมอภาค บนพื้นฐานของสังคมที่เคารพประชาชนและวัฒนธรรมของตนเอ?

ถ้าการพัฒนาเศรษฐกิจนั้นทำให้คนรวยรวยขึ้น คนจนจนลง การเข้าถึงทรัพยากรของประชาชนเป็นไปอย่างไม่เสมอภา?การพัฒนานั้นไม่สอดคล้องกับหลัก "ความสุขมวลรวมประชาชาติ" หรือถ้าการพัฒนาเศรษฐกิจนั้นเพื่อมุ่งประโยชน์ของคนปัจจุบันเป็นหลั?มีการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือ?โดยมิได้คำนึงถึงอนาคตระยะยาวของคนในรุ่นต่อ?ไป การพัฒนานั้นไม่สอดคล้องกับหลัก "ความสุขมวลรวมประชาชาติ" หลักการข้อนี้ภูฏานได้แสดงให้โลกเห็นเป็นแบบอย่า?โดยประชาชนส่วนใหญ่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สิ้นเปลืองทรัพยากรน้อย แต่มีความสุขในชีวิตมาก เป็นระบบเศรษฐกิจแบ?"พอเพีย?

เสาหลักข้อที่สอง "การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม" ให้หลักประกันที่ว่?การพัฒนาใด?ไม่ว่าจะมาจากรัฐบา?หรือภาคเอกชน หรือประเพณีท้องถิ่?หรือจากปัจเจกบุคคล จะต้องไม่ทำลายความสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาต?ชาวโลกจำเป็นจะต้องรับรู้ว่?โลกที่เราอาศัยอยู่นี้มีสถานะเป็น "ชีวภาพที่อาจตายได้" (mortal organism) จำเป็นจะต้องได้รับการบำรุงเลี้ยงและปกป้อ?ภูฏานได้รับการยกย่องจากสหประชาชาติว่?เป็นประเทศแนวหน้าในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อ?โดยมีพื้นที่ป่ามากกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่ประเทศ และมีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชและสัตว์ในระดับสู?

ภูฏานเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลั?สภาพอากาศหนาวเย็นเป็นส่วนใหญ?เมื่อโลกกำลังเผชิญกับสภาวะโลกร้อ?(global warming) อันเนื่องมาจากวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ภูฏานก็ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกั?โดยเมื่อโลกมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นมาถึงจุดหนึ่งน้ำแข็งบนภูเขาก็จะถล่มลงม?บางครั้งพัดพาหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาหายไปทั้งหมู่บ้าน สภาวะโลกร้อนจึงคุกคามทุกประเทศในโลกนี้ ภูฏานแม้จะเป็นเพียงประเทศเล็กแต่ก็กำลังกล่าวขานกับชาวโลกให้ตระหนักถึงภัยจากสภาวะโลกร้อ?และเป็นแบบอย่างของการแก้ไขปัญห?

เสาหลักข้อที่สาม "การรักษาและส่งเสริมวัฒนธรร? เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งในยุคปัจจุบั?เพราะคุณค่าของมนุษย์ เช่น ความเมตตากรุณา ความมีน้ำใ?ความอ่อนโย?ความเสียสล?ความอ่อนน้อมถ่อมตน การรู้จักให้อภัย การรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเอ?เป็นต้?กำลังถูกกัดกร่อนจากโลภจริตหรือความโล?อันเนื่องมาจากลัทธิบริโภคนิยมที่กำลังครอบงำโลกในขณะนี้ อันที่จริงแล้วคุณค่ามนุษย์ดังกล่าว เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้สังคมมีความหมาย มีความเอื้ออาทรต่อกั?และทำให้สังคมสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างสันต?

ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ในภูฏานยังคงแต่งกายตามแบบประเพณีดั้งเดิ?นับตั้งแต่กษัตริย์ นักการเมือ?ข้าราชกา?ตลอดจนถึงประชาชนโดยทั่วไ?(เครื่องแต่งกายเป็นแบบเดียวกับเครื่องทรงของเจ้าชายจิกมี วังชุก ที่เสด็จเยือนไทยเมื่อเร็วๆ นี?จะแตกต่างกันก็แต่โดยสีของผ้าคลุมบ่าเท่านั้นที่บ่งบอกถึงสถานะทางสังคม) สถาปัตยกรรมในภูฏานมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอ?ไม่ว่าจะเป็น "ซอ? (Dzong) อันเป็นที่ตั้งของทั้งวัด ปราสาทราชวัง และที่ทำการรัฐในอาณาบริเวณเดียวกัน หรือแม้แต่บ้านเรือนของสามัญชนก็คงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้

ในเทศกาลวันสำคัญทางพุทธศาสนา ประชาชนจำนวนมากจะมารวมตัวกันที?"ซอ? เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลอ?โดยมีพระภิกษุเป็นผู้ที่ประกอบพิธีกรร?แต่งกายร่ายรำระบำหน้ากากต่าง?และขับร้องประโคมดนตรีพื้นบ้า?เพื่อขับไล่ปีศาจร้ายและเพื่อความเป็นสิริมงคล ตามคติความเชื่อของพุทธศาสนาฝ่ายวัชรยาน (Vajrayana) หรือตันตระ (Tantra) ในภูฏา?การรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด ทำให้ภูฏานมีเสน่ห์ดึงดูดใจชาวโลก จนต้องจำกัดนักท่องเที่ยวในแต่ละป?เพื่อมิให้ประเทศต้องเข้าสู่วังวนของกระแสโลกาภิวัตน?

เสาหลักข้อที่สี่ "การส่งเสริมการปกครองที่ด? หรือ "ธรรมาภิบาล" (Good Governance) เป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดในการนำพาประชาชนไปสู?"ความสุขมวลรวมประชาชาติ" ประเทศทั้งหลายในโลกจะโดยเต็มใจหรือไม่ก็ตาม กำลังถูกแรงกดดันทั้งจากประชาชนท้องถิ่นและชุมชนระหว่างประเท?ให้เข้าสู่การปกครองแบบประชาธิปไตยหรื?"ธรรมาภิบาล" (การปกครองที่ดี)

แม้ว่าภูฏานยังคงอยู่ใต้ระบอบราชาธิปไตย แต่กษัตริย์วังชุกทรงโปรดให้ร่างรัฐธรรมนูญและทำประชาพิจารณ์ ถ้ามีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญตามกำหนดในปีหน้?จะทำให้ภูฏานเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างสันติ ไปเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุ?กษัตริย์องค์ปัจจุบันทรงประกาศจะสละราชสมบัต?เพื่อให้เจ้าชายจิกมี (องค์ที่เสด็จเยือนไทย) เป็นกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญพระองค์แรกต่อไ?

กล่าวโดยสรุป "ความสุขมวลรวมประชาชาติ" หรือ GNH นับเป็นการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมที่สมดุ?โดยตั้งอยู่บนความตระหนักที่ว่า โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์แสวงหาความสุขทั้งทางร่างกายและจิตใจ ดังนั้นหลักการขอ?"ความสุขมวลรวมประชาชาติ" จึงมุ่งตอบสนองต่อความต้องการอันสูงสุดนี้ของพลเมืองทุกค?โดยภูฏานเป็นผู้ประกาศทฤษฎีและดำเนินนโยบายเป็นแบบอย่างแก่โลกในปัจจุบั?

การปรึกษาหารือกันถึงเรื่อง "ความสุขมวลรวมประชาชาติ" ในหมู่นักวิชาการ สื่อมวลช?และชาวพุทธไทยกลุ่มดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไป โดยการพบปะกันครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที?25 สิงหาค?2549 นี?

***

ที่ม?: หนังสือพิมพ์มติชนรายวั? ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ ๑๓ สิงหาค??? ๒๕๔๙ ปีที?๒๙ ฉบับที?๑๐๓๘? คอลัมน์หน้าต่างความจริ? หน้า ?

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Wednesday 1 November, 2006 5:05 PM