ธรรมเพื่อเสริมความเป็นคน
 


เรียบเรียง : ดวงเด่?นุเรมรัมย์.


***

พระพุทธเจ้าทรงแสดงหลักธรรมสำหรับการดำเนินชีวิตไว้มากมายหลายตามระดับความสามารถของผู้ปฏิบัติ อย่างไรก็ตามหลักปฏิบัติที่ต่างกันนั้นล้วนมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คื?การพัฒนาชีวิตของแต่ละปัจเจกบุคคลให้เจริญก้าวหน้าขึ้น ซึ่งหลักธรรมข้อหนึ่งซึ่งกล่าวถึงการไปสู่จุดหมายของชีวิตนั้?คื?"อรรถ??quot; หรือ "อัตถ?quot;

"อรรถ?quot; หรือ "อัตถ?quot; คื?ประโยชน์ที่เป็นจุดหมาย หรือจุดหมายของชีวิ?หมายถึงจุดหมายของพรหมจรรย์ หรือจริยธรรม หรือระบบการดำเนินชีวิต และการปฏิบัติธรรมของพระพุทธศาสนา

เป็นที่ทราบกันดีว่?จุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนาหรือพรหมจริยะนั้นคือ "พระนิพพา?quot; ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "ปรมัตถ?quot; หรือ "ปรมัตถ?quot; แปลว่า ประโยชน์อย่างยิ่งหรือจุดหมายสูงสุด ซึ่งในการสอนธรรมของพระพุทธศาสนานั้นจะเน้นการปฏิบัติเพื่อบรรลุจุดหมายสูงสุด ในพระไตรปิฎกพระพุทธเจ้าได้ทรงแบ่?"อรรถ?quot; หรือจุดหมายนี้ไว??ระดั?คื?/p>

? ประโยชน์ขั้นต้?เรียกว่า ทิฏฐธัมมิกัตถะ แปลว่า ประโยชน์ปัจจุบัน หรือประโยชน์บัดนี้

? ประโยชน์ขั้นล้ำลึก เรียกว่า สัมปรายิกัตถ?แปลว่า ประโยชน์เบื้องหน้าหรือเบื้องสู?

"ปรมัตถ?quot; นั้นถูกรวมอยู่ในสัมปรายิกัตถะด้ว?เพราะปรมัตถะเป็นส่วนที่สูงสุดของสัมปรายิกัตถ?ดังนั้นเพื่อให้เห็นเด่นชัดจึงแยกปรมัตถะออกมาเป็นอีกระดับหนึ่?ดังจะให้ความหมายโดยสรุปของทิฏฐธัมมิกัตถะ สัมปรายิกัตถ?และปรมัตถะ ดังนี้

? ทิฏฐธัมมิกัตถะ คือประโยชน์บัดนี?ประโยชน์ชีวิตนี้หรือประโยชน์ปัจจุบัน อันเป็นจุดหมายขั้นต้?หรือจุดหมายเฉพาะหน้า อันเป็นประโยชน์อย่างที่เห็นกันอยู่ ที่เข้าใจได้ง่ายในชีวิตประจำวั?เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่มุ่งหมายกันในโลกนี?ได้แก่ ลา?ยศ สุ?สรรเสริญ ทรัพย์สิ?ฐานะ ไมตร?และชีวิตคู่ครองที่เป็นสุ?เป็นต้?รวมถึงการแสวงหาสิ่งเหล่านี้โดยชอบธรร?หรือการปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านี้โดยทางที่ถูกต้อ?การใช้สิ่งเหล่านี้ทำให้ตนเองและบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถอยู่ร่วมกันด้วยดี และปฏิบัติหน้าที่ต่อกันอย่างถูกต้องในระหว่างเพื่อนมนุษย์เพื่อความสุข

องค์ประกอบของทิฏฐธัมมิกัตถะประโยชน์ม??ประการ คื?br> (?) อุฏฐานสัมปทา ความขยันหมั่นเพียร รู้จักใช้ปัญญาดำเนินกิจการ
(?) อารักขสัมปทา รู้จักเก็บรักษาทรัพย์สินและผลแห่งกิจการงานให้รอดพ้นอันตรายไม่เสื่อมเสี?br> (?) กัลยาณมิตตตา รู้จักเสวนาคบหาคนดีที่เกื้อกูลแก่การงา?และความก้าวหน้าของชีวิ?br> (?) สมชีวิตา รู้จักเลี้ยงชีวิตแต่พอดีให้มีความสุขได้โดยไม่สุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย สามารถประหยัดทรัพย์ไว้ให้เพิ่มพูนขึ้นได้

หลักธรรมทั้ง ?ประการนี้จัดเป็นหลักธรรมที่สำคัญ สำหรับสร้างฐานะให้มีความมั่นคง อันเป็นจุดมุ่งหมายขั้นพื้นฐานของมนุษย์ กล่าวคือ การตั้งตัวมีหลักฐานมั่นค?ซึ่งการตั้งตัวนั้นสิ่งที่สำคัญคืออยู่ที่มีการมีทรัพย?และหลักธรรมทั้??ประการนี้สามารถอำนวยประโยชน์โดยตรงให้แก่ ผู้ที่ปฏิบัติตามได?

? สัมปรายิกัตถ?คื?ประโยชน์เบื้องหน้า หรือประโยชน์ที่ลึกล้ำยิ่งกว่าจะมองเห็นกันเฉพาะหน้า อันเกี่ยวเนื่องกับชีวิตด้านใ?หรือเป็นประโยชน์ด้านคุณค่าของชีวิต อันเป็นจุดหมายขั้นสูงขึ้นไปเพื่อเป็นหลักประกันชีวิตเมื่อละโลกนี้ไป เป้าหมายในระดับสัมปรายิกัตถะนี?ได้แก่ ความเจริญงอกงามแห่งชีวิตจิตใจที่ก้าวหน้าเจริญเติบใหญ่ขึ้นด้วยคุณธรรม ความใฝ่ใจในศีลธรรม ในเรื่องบุญกุศ?ในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงา?อาศัยศรัทธ?ความเสียสล?การมีความมั่นใจในคุณธรรม มีความสงบสุขทางจิตใจ การรู้จักปีติสุข รักคุณภาพชีวิตและความเจริญงอกงามของจิตใจ คลายความยึดติดผูกพันในวัตถ?ไม่ตีค่าผลประโยชน์สูงเกินไปจนต้องไขว่คว้าอันนำมาซึ่งเหตุของการกระทำความชั่วร้า?/p>

องค์ประกอบของสัมปรายิกัตถะประโยชน์มี ?ประการ คื?
(?) ศรัทธาสัมปทา ความเชื่ออันประกอบด้วยเหตุผล ถูกหลักพระพุทธศาสนาทราบซึ้งในคุณ พระรัตนตรั?มีสิ่งดีงามเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ
(?) ศีลสัมปท?ความถึงพร้อมด้วยศี?มีความประพฤติดีงาม เลี้ยงชีพโดยทางสุจริ?มีระเบียบวินัยสมควรแก่ภาวะแห่งการดำเนินชีวิตของต?
(?) จาคสัมปท?ความเสียสล?รู้จักเผื่อแผ่แบ่งปั?พร้อมที่จะช่วยเหลือคนที่ควรได้รั?การช่วยเหลือ
(?) ปัญญาสัมปท?การดำเนินชีวิตด้วยปัญญ?รู้จักคิ?รู้จักพิจารณ?ใช้วิจารณญาณ รู้เท่าทันโลกและชีวิ?สามารถทำจิตใจให้เป็นอิสระได้ตามโอกาส

? ปรมัตถ?คื?ประโยชน์อย่างยิ่งยวด หรือประโยชน์ที่เป็นสาระแท้จริงของชีวิต อันเป็นจุดหมายสูงสุด หรือที่หมายขั้นสุดท้าย ได้แ?่การรู้แจ้งสภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง รู้เท่าทันคติธรรมดาของสังขารธรรม ไม่ตกเป็นทาสของโลกและชีวิต มีจิตใจเป็นอิสระโปร่งโล่งผ่องใ?ไม่ถูกบีบคั้นด้วยความยึดติดถือมั่นหวาดหวั่นของตนเอ?ปราศจากกิเลสที่ทำให้เศร้าหมองขุ่นมัว อยู่อย่างไร้ทุกข?ประจักษ์แจ้งความสุขที่สะอาดบริสุทธิ์สิ้นเชิง อันประกอบพร้อมด้วยความสงบเยือกเย็นสว่างไสวเบิกบานโดยสมบูรณ?เรียกว่า "วิมุตต?quot; หรือ "นิพพาน"พระพุทธเจ้าทรงยอมรับความสำคัญของประโยชน์ หรือจุดหมายเหล่านี้ทุกระดั?ซึ่งมีความสัมพันธ์กับระดับความเป็นอยู่ การครองชีพ สภาพแวดล้อ?และความพร้อม หรือความแก่กล้าสุกงอมแห่งอินทรีย์ของปัจเจกบุคค?ดังพุทธพจน์ความว่า

"บุคคลผู้ปรารถนาโภคะอันโอฬารต่อ?ไป พึงบำเพ็ญควา?ไม่ประมา?บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญความไม่ประมา?ในบุญกิริยาทั้งหลา?บัณฑิตผู้ไม่ประมาทย่อมยึดไว้ได้ซึ่งประโยชน์ทั้??คือประโยชน์ภพนี้ และประโยชน์ภพหน้?เพราะยึดไว้ได้ซึ่งประโยชน์ ผู้มีปัญญาจึงได้นามว่า "บัณฑิต" ?quot; (พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ๑๕ / ๓๘?/ ๑๑?)

นอกจากนี?พระพุทธเจ้าทรงกล่าวสำทับว่?ตามคติพระพุทธศาสนา บุคคลควรดำเนินชีวิตให้บรรลุจุดหมายอย่างน้อยถึงขั้นสัมปรายิกัตถ?กล่าวคือ เมื่อบรรลุทิฏฐธัมมิกัตถะแล้วก็ดีอยู่ แต่ยังไม่เพียงพอ หรือไม่ควรหยุดอยู่เพียงแค่นั้น ควรก้าวต่อไปให้ได้อย่างน้อยในส่วนของสัมปรายิกัตถะด้ว?และผู้ใดประสบจุดหมายหรือประโยชน์ถึงประโยชน์ในขั้นสัมปรายิกัตถะนี้แล้?พระพุทธเจ้าทรงยกย่องให้เป็?"บัณฑิต" (บัณฑิต แปลว่า ผู้ดำเนินชีวิตด้วยปัญญ?เป็นผู้มีชีวิตไม่ว่างเปล่าไร้ค่าในโลกนี้)

พระพุทธเจ้าทรงเน้นหลักธรรมที่จะให้บรรลุประโยชน์ทั้งหลายอีกแนวทางหนึ่?คื?ทรงย้ำอัปปมาทธรร?อันได้แก?ความไม่ประมา?ไม่เพิกเฉย ละเล?หรือความเอาใจใส่ กระตือรือร้น ขวนขวา?ความเตรียมพร้อ?ระวั?ทำสิ่งที่ควรทำ แก้ไขสิ่งที่ควรแก้ไขปรับปรุง ประกอบกรรมที่ดีงาม โดยถือว่าอัปปมาทธรรมนั้นเป็นคุณธรรมพื้นฐานหรือหลักใหญ่ที่จะให้บรรลุประโยชน?ทั้งที่เป็นทิฏฐธัมมิกัตถะและสัมปรายิกัตถ?(พระธรรมปิฎ? ๒๕๔๑: ๕๙?)

หลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนานั้?สามารถสรุปลงด้วยคำจำกัดความสั้??ได้คือ "ความไม่ประมา?quot; หรือ "อัปปมาทะ" คื?ความเป็นอยู่อย่างไม่ขาดสติ หรือความเพียรที่มีสติเป็นเครื่องเร่งเร้าและควบคุ?ได้แก่ การดำเนินชีวิตโดยมีสติเป็นเครื่องกำกับความประพฤติปฏิบัติและการกระทำทุกอย่า?ระมัดระวังตั?ไม่ยอมถลำลงไปในทางเสื่อม แต่ไม่ยอมพลาดโอกาสสำหรับความดีงามและความเจริญก้าวหน้?ตระหนักในสิ่งที่พึงกระทำและพึงระเว้น ใส่ใจสำนึกอยู่เสมอในหน้าที่อันจะต้องรับผิดชอ?ไม่ยอมปล่อยปละละเล?กระทำการด้วยความจริงจั?รอบคอบและรุดหน้าเรื่อยไป (พระเทพเวที, ๒๕๓๕: ๖๗ - ?) เพราะความไม่ประมาทเป็นที่รวมแห่งกุศลกรรมความดีทั้งหลาย พระพุทธเจ้าทางเน้นหลักธรรมนี้เพื่อให้บรรลุประโยชน์ทั้งหลาย

***

บรรณานุกรม

กรมการศาสน? (๒๕๒๕). พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่มที??๔๕. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา.

เทพเวท? พร?(ประยุทธ์ ปยุตฺโ?. (๒๕๓๕). พจนานุกรมพุทธศาสตร?/strong>. (พิมพ์ครั้งที??. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.ธรรมปิฎก.

ธรรมปิฎก, พร?(??ปยุตฺโ?. (๒๕๔๑). พุทธธรรม. (พิมพ์ครั้งที??. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.

________. (๒๕๔๓). พจนานุกรมพุทธศาสตร?ฉบับประมวลธรรม. (พิมพ์ครั้งที??. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.

มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์. (๒๕๓๗). พระสูต?และอรรถกถา, แป?/strong>. (พิมพ์ครั้งที??. กรุงเทพฯ. (มหามกุฏราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ พิมพ์เนื่องในโอกาสคร?๒๐?ปี แห่งพระราชวงศ์จักร?กรุงรัตนโกสินทร์ พุทธศักราช ๒๕๒๕).

เมธีธรรมาภรณ? พร?(ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (๒๕๓๕). พุทธศาสนากับปรัชญา. พิมพ์ครั้งที?? กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มห?จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลั?

ราชบัณฑิตยสถาน. (๒๕๓๙). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถา?/strong>. (พิมพ์ครั้งที??. กรุงเทพฯ: บริษัท อักษรเจริญทัศน?จำกั?

ราชบัณฑิตยสถาน. (๒๕๔๐). พจนานุกรมศัพท์ปรัชญา อังกฤษ - ไท?ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. พิมพ์ครั้งที?? กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน.

เลขาธิการนายกรัฐมนตร? สำนั? สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์แห่งชาต? (๒๕๓๙). คำถา?คำตอบเกี่ยวกับพุทธศาสน?เล่ม ??/strong>. กรุงเทพฯ.

สมพงษ์ จิวะนนท์. พุทธศาสนิก. (๒๕๓๗). พิมพ์ครั้งที?? กรุงเทพฯ : สารมวลชน.

สุชี?ปุญญานุภาพ. (๒๕๓๙). พระไตรปิฎก ฉบับสำหรับประชาช?/strong>. (พิมพ์ครั้งที?๑๖). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์.

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Monday 2 October, 2006 3:44 PM