สำนักพุทธศาสนาของไทย : มุมมองทางสังคมวัฒนธรรม
 

ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำำภาควิชามนุษยศาสตร?
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


***

สำนักพุทธศาสนาของไทยอาจอธิบายจากมุมมองทางสังคมวัฒนธรรม ตามกรอบความคิด(methodology) ของริชาร์ด นีบูรห?Richard Niebuhr) ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งทางการเมือง สังค?เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของไท?นับตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที?19 เป็นต้นม?ปฏิสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับสังคมวัฒนธรรมจากมุมมองของนีบูรห์ มี 5 ประการคื?(1) ศาสนาเป็นสิ่งเดียวกั?identify) วัฒนธรรมและสังคม (2) ศาสนาเป็นสิ่งที่อยู่เหนื?above)วัฒนธรรมและสังคม (3) ศาสนาเป็นสิ่งต่อต้าน(against)วัฒนธรรมและสังคม (4) ศาสนาเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปล?transform)วัฒนธรรมและสังคม แล?(5) ศาสนาเป็นสิ่งที่ไม่เข้ากับ(paradox)วัฒนธรรมและสังคม

พุทธศาสนาที่เข้ากับอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ

นับตั้งแต่ราชอาณาจักรสุโขทัยในคริสต์ศตวรรษที?13 เป็นต้นม?พุทธศาสนาถูกนำมาใช้ทั้งเชิงจักรวาลวิทยาและเชิงสถาบัน ในการรับรองสถานะของพระมหากษัตริย์และรัฐไทย สำหรับยุคสมัยหลั?พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที?6) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงประดิษฐ์คำขวัญเชิงอุดมการณ์ที่ว่?"ชาติ ศาสน?พระมหากษัตริย์" คำขวัญดังกล่าวได้กลายเป็นอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างง่าย?ของคนไทยทั่วทั้งประเทศ

ระหว่างทศวรรษที่ 1960 เมื่อประเทศไทยได้เร่?"การพัฒนา" ตามแบบอย่างของตะวันต?รัฐบาลได้ส่งเสริมคณะสงฆ์ไทยให้ช่วยสร้างความสามัคคีภายในชาติและการพัฒนาประเทศ ด้วยการสนับสนุนโครงการที่สำคัญ 2 โครงกา?โครงการแรกคื?"ธรรมทู? คณะสงฆ์จากส่วนกลางถูกส่งออกไปยังชนบท เพื่อช่วยชาวบ้านในการพัฒนาชุมชนพร้อม?ไปกับการเผยแผ่ธรรม?โครงการที่สองคือ "ธรรมจาริ? มีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนชาวไทยภูเขาในภาคเหนือให้หันมานับถือพุทธศาสนาเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาต?โครงการทำนองเดียวกันในระยะต่อมาคือ "แผ่นดินธรร?แผ่นดินทอง" รัฐบาลพยายามที่จะควบคุมการทำงานเชิงสังคมทุกโครงการที่ริเริ่มโดยพระสงฆ์ทั่วประเทศภายใต้นโยบายเดีย?เช่น ธนาคารข้าว ธนาคารควาย การช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติด การค้าขายของชุมช?การผลิตทางการเกษตรที่หลากหลา?และการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้?

พุทธศาสนาอย่างใหม่ของไทย ที่เข้ากับฐานอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจคื?"ธรรมกา? ธรรมกายได้ย่อจักรวาลวิทยาตามแบบฉบับของพุทธศาสน?พร้อมด้วยจุดหมายคื?"นิพพาน" ให้ตั้งอยู??ตำแหน่งต่างๆ ในร่างกา?สาวกของธรรมกายได้ใช้กลวิธีการตลาดที่ซับซ้อ?และทักษะในการติดต่อสื่อสารเพื่อเผยแพร่ลัทธิของตน กิจกรรมและการตีความพุทธศาสนาของธรรมกายได้ให้การรับรองสถานะของชนชั้นปกครอ?กลุ่มซึ่งได้ให้การสนับสนุนธรรมกายเป็นการตอบแทนในขณะเดียวกั?

พุทธศาสนาที่อยู่เหนือสังคมไท?

ในธรรมเนียมพุทธศาสนาเถรวาทของไทย วัดมีอยู?2 ประเภทคื?"คามวาส?(วัดบ้า? แล?"อรัญญวาส?(วัดป่า) วัดบ้านส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การศึกษา(คันถะธุร? ในขณะที่วัดป่าจะมุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติสมาธิภาวน?วิปัสสนาธุระ)

ในบรรดาวัดป่าทั้งหลา?สายอาจารย์มั่น ภูริทัตโ?แห่งภาคอีสานของไทย ได้รับการยกย่องว่าเป็นสายที่เข้มแข็งที่สุดทางด้านวิปัสสนาธุร?อาจารย์มั่นได้สืบทอดธรรมเนียมการปฏิบัติลงมายังวิปัสสนาจารย์หลายรูป เช่น อาจารย์ช?หลวงตามหาบัว และหลวงปู่สิ?เป็นต้?คนไทยส่วนใหญ่ยกย่องพระสงฆ์เหล่านี้ว่าเป็?"พระอริยะ" ผู้ซึ่?"อยู่เหนื? สังคมและชีวิตธรรมดาสามัญ สายวัดป่าของอาจารย์มั่นนับเป็นประเภท "ศาสนาที่อยู่เหนือสังคม" ในบริบทของไท?

พุทธศาสนาที่ต่อต้านวัฒนธรรมและสังคมไทย

ในดินแดนอันยากจนแห่งภาคอีสานของไทย ?จุดเปลี่ยนแห่งศตวรรษ ได้เกิดความเคลื่อนไหวทางสังคมการเมืองที่เรียกว่า ขบวนกา?"ผู้มีบุญ"(หรือ "กบฏผีบุญ" ตามคำเรียกของทางราชการ) ขึ้น เพื่อต่อต้านอำนาจส่วนกลางจากกรุงเทพฯ ขบวนกา?"ผู้มีบุญ" นับเป็นตัวแทนของการแสดงออกทางศาสนา เพื่อประท้วงต่อความไม่ยุติธรรมทางเศรษฐกิจจากรัฐบาลกลาง

เช่นเดียวกับในภาคเหนือของไทยในช่วงทศวรรษที?1920 แล?1930 ครูบาศรีวิชัยได้ประท้วงต่อการรวมศูนย์อำนาจคณะสงฆ์ไว้ที่ส่วนกลางในกรุงเทพ?โดยได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากประชาชนภาคเหนือ ทั้งสองกรณีนี้เป็นตัวอย่างในประวัติศาสตร์ที่ชาวพุทธได้ลุกขึ้นประท้วงต่อวัฒนธรรมและสังคมไทยกระแสหลั?

ล่าสุดก็คื?กรณีของโพธิรักษ์และสันติอโศก การปฏิเสธในเชิงทฤษฎีต่?"พุทธศาสนาของชนชั้นปกครอง" ของนักปฏิรูปส่วนใหญ่นั้น ได้รับการนำไปปฏิบัติโดยโพธิรักษ์ โดยท่านและคณะได้ปฏิเสธอำนาจเชิงสถาบันของมหาเถรสมาค?สำหรับการเน้นวินัยชาวพุทธที่เคร่งครั?และความบริสุทธิ์ทางจริยธรรมของโพธิรักษ์และสันติอโศกนั้?นับเป็นการนำระบบ "เหตุผลนิยม"(ซึ่งนักปฏิรูปท่านอื่นเห็นด้วยในเชิงทฤษฎี) มาใช้ในเชิงปฏิบัติ

โพธิรักษ์และสานุศิษย์ได้วิพากษ์พฤติกรรมอันหละหลวมของคณะสงฆ์ไทย และความงมงายในการทำบุญของชาวพุทธไท?ท่านได้ต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบในสังคมไท?โพธิรักษ์และสมาชิกสันติอโศกได้ประพฤติพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครั?รวมทั้งการฉันอาหารมังสวิรัติเพียงวันละมื้อ การไม่ใส่รองเท้า และการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เนื่องจากโพธิรักษ์ต่อต้านกระแสหลักของสังคมและวัฒนธรรมไทย คณะสงฆ์ไทยและชนชั้นปกครองได้ทำการปราบปรามท่านและคณ?ด้วยข้อหาละเมิดต่อกฎหมายคณะสงฆ???2505 โพธิรักษ์และสันติอโศกเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของพุทธศาสนาที่ต่อต้านสังคมและวัฒนธรรมไท?

พุทธศาสนาที่เปลี่ยนแปลงสังคมไท?

นักปฏิรูปและอรรถกถาจารย์ที่เด่นที่สุดในพุทธศาสนาของไทย ได้แก่ พุทธทาสภิกขุ ท่านมีความสำคัญต่อพุทธศาสนาของไทยอย่างน้อยที่สุดใน 2 แง่มุมคื?ในทางทฤษฎีแล้วพุทธทาสภิกขุได้ตีความแนวคิดส่วนใหญ่ในพุทธศาสนาของไทย โดยใช้ระบบเหตุผลนิยม(rationalism) และการตีความให้เป็นเรื่องภายในจิตใจของมนุษย์(internalization) ในทางปฏิบัติแล้วพุทธทาสภิกขุได้ตั้?"สวนโมกขพลารา?(สวนแห่งความหลุดพ้น) ขึ้น ในความพยายามที่จะกลับไปหารูปแบบดั้งเดิมของคณะสงฆ์ในครั้งพุทธกา?กล่าวกันว่าการปฏิรูปคำสอนพุทธศาสนาของไทยที่ริเริ่มโดยรัชกาลที่ 4 ในคริสต์ศตวรรษที?19 นั้น มาสำเร็จสมบูรณ์ในงานของพุทธทาสภิกขุในคริสต์ศตวรรษที่ 20 นี้เอง

นักปฏิรูปพุทธศาสนาของไทยที่สำคัญอีกท่านหนึ่งคื?พระธรรมปิฎ???ปยุตโต) พระธรรมปิฎกได้เชื่อมโยงแนวคิดในพุทธศาสนากับแนวคิดตะวันตกไว้อย่างกว้างขวา?เช่น พุทธศาสนากับจริยธรรมการแพทย์ จริยธรรมสังค?เศรษฐศาสตร?และนิเวศวิทย?เป็นต้?นอกเหนือจากพุทธทาสภิกขุและพระธรรมปิฎกแล้?ยังมีนักคิดและนักกิจกรรมชาวพุทธอีกจำนวนหนึ่งซึ่งมีส่วนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมและวัฒนธรรมไท?บุคคลเหล่านี?ได้แก่ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ประเวศ วะสี และภิกษุณีธรรมนันท?ดร.ฉัตรสุมาลย?กบิลสิงห? เป็นต้?นักปฏิรูปเหล่านี้เป็นตัวแทนของพุทธศาสนาที่เปลี่ยนแปลงสังคมไท?

พุทธศาสนาที่ไม่เข้ากับวัฒนธรรมไท?

ภายในบริบทพุทธศาสนาเถรวาทของไท?ได้เกิดครูสอนสมาธิภาวนาท่านหนึ่งขึ้น ซึ่งคำสอนของท่านนั้นยากที่จะเข้ากันได้กับวัฒนธรรมไทย ท่านมีคุณลักษณะที่เหมือนกับอาจารย์เซ?"ฌา? ในภาษาจี?หรือ "เซ? ในภาษาญี่ปุ่? มากกว่าอาจารย์เถรวาท ท่านคือหลวงพ่อเทีย?จิตฺตสุโ?ผู้ก่อตั้ง "การเจริญสติแบบเคลื่อนไหว"(Dynamic Meditation)

เรื่องราวของหลวงพ่อเทียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยา?ในบริบทของพุทธศาสนาเถรวาทของไท?หลวงพ่อเทียนเติบโตขึ้นในวัฒนธรรมพุทธศาสนาในภาคอีสานของไท?ท่านรู้แจ้งในธรรมะขณะที่เป็นฆราวาสเมื่ออายุได้ 46 ปี วิถีทางแห่งการรู้แจ้งของท่านนั้นเป็นไปแบ?"ฉับพลั? ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยในพุทธศาสนานิกายฌา?เซ? ภายในกรอบวัฒนธรรมเถรวาทของไทยนั้?บุคคลจะต้องสร้างสมบารมีและ "กรรมดี" นับชาติไม่ถ้วนกว่าที่จะบรรลุ "นิพพาน"(ความสิ้นสุดแห่งทุกข์) อันเป็นเป้าหมายของพุทธศาสน?ในชาติสุดท้ายบุคคลนั้นจะต้องออกบวชเป็นพระภิกษุ และจะต้องบำเพ็ญเพียรอย่างหนักในป่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานจึงจะสามารถบรรลุธรรมได้ โดยนัยนี้ชีวิตของหลวงพ่อเทียนเป็นสิ่งที่ไม่เข้ากับธรรมเนียมของวัฒนธรรมไท?

หลวงพ่อเทียนสอนการเจริญสติขณะที่ยังเป็นฆราวาสเป็นระยะเวล?2 ปี โดยไม่สู้ได้ผลนั?ในโลกแห่งพุทธศาสนาของไทยที่มีวัดเป็นศูนย์กลางนั้?เป็นสิ่งที่ยากลำบากที่จะยอมรับครูสอนสมาธิภาวนาที่เป็นฆราวา?ดังนั้นการไม่ประสบความสำเร็จในการสอนการเจริญสติในขณะที่เป็นฆราวาสของหลวงพ่อเทียนนั้นเป็นเรื่องที่น่าไม่แปลกใ?แต่เมื่อท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุและสั่งสอนการเจริญสตินั้?ท่านได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากประชาชนและมีสานุศิษย์เป็นจำนวนมา?

คำสอนของหลวงพ่อเทียนนั้น "อยู่นอกเหนือธรรมเนียมและคัมภีร? ท่านเน้นความรู้สึกตั?สต? และการเห็นโลกตามที่เป็นจริงเหนือความคิ?เนื่องจากคัมภีร์และธรรมเนียมเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของความคิด ดังนั้นคำสอนเรื่องการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวของท่า?ซึ่งชี้ตรงไปยังความรู้สึกตัวเหนือความคิดนั้น จึงเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์และธรรมเนียมน้อยมา?ในทรรศนะนี้คำสอนของหลวงพ่อเทียนไม่เข้ากับธรรมเนียมพุทธศาสนาของไท?ซึ่งเน้นหนักในเรื่องพระไตรปิฎกและขนบประเพณ?

โดยสรุ?ริชาร์?นีบูรห?ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแม็คส์ เวเบอร?Max Weber) และเอิร์นส์ต?โทรเอลต์ช์ (Ernst Troeltsch) ได้เสนอมุมมอ?methodology) ในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและวัฒนธรรมไว้อย่างเด่นชั?เมื่อเราประเมินประสบการณ์เชิงสังคมและวัฒนธรรมในพุทธศาสนาของไทย รวมทั้งประสบการณ์ในประเทศอื่?วิธีห้าประการในมุมมองของนีบูรห์ที่อธิบายปฏิสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับสังคมนับว่าเป็นประโยชน์มากทีเดีย?เพราะช่วยให้เราเข้าใจคุณลักษณะที่แตกต่างหลายประการของพุทธศาสนาของไทย และให้ภาพรวมของความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนากับสังคมไทยปัจจุบันได้อย่างชัดเจน.

***

ที่ม?: หนังสือพิมพ์มติชนรายวั? ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ ?กรกฎาค??? ๒๕๔๗ ปีที?๒๗ ฉบับที?๙๖๑๒. คอลัมน์หน้าต่างความจริ? หน้า ?

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Monday 2 October, 2006 2:43 PM