อาณาจักรศรีวิชัยและมหาสถูปโบโรบูโดร์
 

ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำำภาควิชามนุษยศาสตร?
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

***

เนื่องจากพิธีกรรมที่เหมาะกับราชสำนักของศาสนาฮินด?และแนวคิดทางศาสนาและปรัชญาที่ลึกซึ้งของพุทธศาสนา ทำให้ศาสนาฮินดูและพุทธศาสนาซึ่งเดินทางมาจากอินเดียได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากผู้ปกครองท้องถิ่นในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต?ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัยพุทธศาสนามีอิทธิพลเหนือหมู่เกาะอินโดนีเซียและแหลมมลายูไม่ต่ำกว่า 600 ปี พุทธศาสนาในสมัยศรีวิชัยเป็นพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่?มีการสร้างพุทธสถานที่ใหญ่โตวิจิตรงดงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาสถูปโบโรบูโดร์ รวมทั้งพระพุทธรูปเป็นอันมา?

อาณาจักรศรีวิชัย

อาณาจักรศรีวิชัย (ประมาณ ??1200-1800) ครอบคลุมตั้งแต่ตอนบนของแหลมมลายู (รวมทั้งตอนใต้ของไท? จนถึงหมู่เกาะอินโดนีเซีย เป็นอาณาจักรที่นับถือพุทธศาสนามหายานที่เผยแผ่มาจากอินเดี?ในปี ??2461 จอร์?เซเด?(George Sedes) ได้ค้นพบศิลาจารึกภาษาสันสกฤต (ที่วัดเสมาเมือ?นครศรีธรรมรา?ประเทศไท? เกี่ยวกับอาณาจักรศรีวิชั?จึงได้แปลออกเป็นภาษาฝรั่งเศส นับเป็นการเปิดเผยเรื่องราวของอาณาจักรศรีวิชัยให้โลกได้รับรู้เป็นครั้งแรก

ราชวงศ์ไศเลนทร?ซึ่งตั้งเมืองหลวงอยู่ที่เมืองไชย?(เป็นคำเดียวกับ "ศรีวิชัย" อยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานีของไทยในปัจจุบัน) มีความสัมพันธ์กับราชวงศ์ปาละในอินเดียอย่างใกล้ชิ?ศิลปะศรีวิชัยจึงมีต้นแบบมาจากศิลปะปาละ ธรรมาจารย์จากนาลันทา วิกรมศิล?โอทันตบุรี ในอินเดียได้เดินทางมาเผยแผ่พุทธศาสนาในอาณาจักรศรีวิชัยอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างวัดบรมธาตุไชยา วัดแก้?และวัดเลีย?(สถานที่ค้นพบรูปปั้นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสมัยศรีวิชัย ปัจจุบันอยู่ในประเทศไท? อันกลายเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร?br>
ในพุทธศตวรรษที?12 พระภิกษุอี้จิงจากประเทศจีนซึ่งต้องการเดินทางไปอินเดี?โดยได้มาแวะพักที่อาณาจักรศรีวิชัยเป็นเวล?6 เดือนเพื่อศึกษาคัมภีร์ศัพทศาสตร์ ได้เขียนจดหมายเหตุบันทึกไว้ว่า ในอาณาจักรศรีวิชัยมีพระภิกษุมากกว่?1,000 รูปที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยเหมือนอย่างพระภิกษุในอินเดี?และแนะนำว่าพระภิกษุจีนควรจะมาแวะที่อาณาจักรศรีวิชัยเป็นเวล?1-2 ปี เพื่อศึกษาภาษาสันสกฤ?ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังอินเดี?

ในพุทธศตวรรษที?13 อาณาจักรศรีวิชัยได้รับวัฒนธรรมอินเดี?2 ทางคือ จากราชวงศ์โจฬะ (อินเดียใต้) และจากราชวงศ์ปาล?(เบงกอล) ซึ่งนำพุทธศาสนาวัชรยาน (Vajrayana) หรือตันตระ (Tantra) เผยแผ่มาถึงอาณาจักรศรีวิชั?ในยุคนี้มีการก่อสร้างพุทธสถานเป็นจำนวนมา?รวมถึงพระมหาสถูป "โบโรบูโดร์" (Borobudor) อันมีชื่อเสียง และอิทธิพลของอาณาจักรศรีวิชัยได้แผ่ไปถึงจามป?โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เทวสถานโพนคร

ในพุทธศตวรรษที?15 อิทธิพลของอาณาจักรศรีวิชัยได้แผ่ขยายขึ้นมาถึงลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวกันว่?พระเจ้าสุริยวรมั?คือกษัตริย์ศรีวิชัยที่ขึ้นมาปกครองอาณาจักรขอ?และอิทธิพลของอาณาจักรศรีวิชัยอาจเลยขึ้นไปถึงลุ่มแม่น้ำปิงก็เป็นได้ เนื่องจากมีการพบภาพสลักมุขพระเจดีย?ที่วัดป่าสัก อำเภอเชียงแส?จังหวัดเชียงรา?เป็นรูปเกียรติมุขแบบศรีวิชัย

มหาสถูปโบโรบูโดร?/span>

คู่ขนานไปกับนครโซโ?(Solo) อันเป็นเมืองที่อยู่ใกล้เคียง ยอคจาการ์ต?(Yogyakarta) เป็นดินแดนในใจกลางของเกาะชวา เป็นศูนย์กลางของประวัติศาสตร?วัฒนธรรม และปรัชญ?ภายในอาณาบริเว?30 กิโลเมตรจากยอคจาการ์ตา เป็นที่ตั้งของโบราณสถานทางศาสนาที่สำคั?2 แห่งคื?โบโรบูโดร์ (น่าจะเป็นคำเดียวกั?"บรมพุทโธ") สถูปในพุทธศาสน?แล?ปรัมบานา?(Prambanan) วัดในศาสนาฮินด?โบราณสถานทั้งสองสร้างขึ้นจากหินในบริเวณนั้นระหว่างคริสต์ศตวรรษที?6 และที่ 8 (ก่อนการสร้างโบสถ์คริสต์ในยุคกลางของยุโรปหลายร้อยปี)

โบราณสถานทางศาสนาทั้งสองแห่งนี?สร้างขึ้นในสมัยที่ศาสนาฮินดูและพุทธศาสนาเป็นศาสนาหลักของหมู่เกาะชว?และเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชี้ให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจัก?ความรู้ทางด้านวิศวกรรม และความสามารถเชิงศิลปกรรมของผู้คนในยุคนั้น แม้ว่าสถูปโบโรบูโดร์และวัดปรัมบานานจะเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอินโดนีเซี?แต่ก็ยังมีวัดอันวิจิตรงดงามอีกหลายร้อยแห่งทั่วทั้งเกาะชว?สำหรับชาวบาหลีนั้นนับถือศาสนาฮินดูเป็นส่วนใหญ่ โดยมีวัดฮินดูทั้งเก่าและใหม่นับพันแห่งในเกาะบาหล?(Bali)

โบโรบูโดร์ เจติยสถานของพุทธศาสนาฝ่ายมหายา?(สร้างก่อนนครวัตในกัมพูชาประมาณ 300 ปี) และสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก เป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาในภาคกลางของเกาะชวาอยู่ประมาณ 150 ปี กลางพุทธศตวรรษที?15 โบโรบูโดร์ถูกทอดทิ้งให้เสื่อมโทรมล?เนื่องจากภัยธรรมชาติคื?แผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด ซึ่งมีเป็นประจำในใจกลางเกาะชวา ทำให้พุทธสถานแห่งนี้ค่อย?ปรักหักพังจมหายลงไปในดิน และถูกลืมไปในที่สุ?br>
ในปี ??2351 เอ?ซี คอร์เนเลีย?(H. C. Cornelius) ได้เริ่มต้นทำการสำรวจโบโรบูโดร?แต่ไม่มากนัก ต่อมาในระหว่างปี ?? 2450-2454 โทมั?แว?เอิร์พ (Thomas Van Erp) ได้ทำการขุดค้นอย่างจริงจัง ทำให้ทราบว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โบโรบูโดร์ได้รับความเสียหาย คือน้ำที่ไหลเซาะกัดลาดเนินเขาภายในตัวสถู?ทำให้รากฐานของสถูปยุบพังลงและกร่อนไปตามกาลเวลา ในปี ??2516 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้เข้าบูรณะซ่อมแซมพุทธสถานอันเป็นมรดกโลกแห่งนี้ (ด้วยงบประมาณ 8 ล้านเหรียญสหรั? การขุดค้นและการปฏิสังขรณ์ได้เปิดเผยถึงความงดงามอันเลิศล้?ความกว้างใหญ่ไพศาล และความวิจิตรตระการตาของแผ่นหินแกะสลัก ที่ประดับตกแต่งจากยอดบนสุดจนถึงฐานล่างของสิ่งก่อสร้า?ทำให้ความยิ่งใหญ่งดงามของโบโรบูโดร์ได้ปรากฏต่อสายตาของชาวโลกอีกครั้งหนึ่?br>
อาณาจักรในใจกลางหมู่เกาะเป็นรัฐที่รุ่งเรืองด้วยการเพาะปลูก และมีพืชผลทางการเกษตรเป็นจำนวนมา?โครงสร้างการปกครองเป็นระบบรวมศูนย์อำนา?โดยมีระบบการจัดเก็บภาษีด้วยพืชผลและแรงงานจากชาวน?รัฐเหล่านี้ได้พัฒนากฎหมายและระบบการบริหารของตนเองขึ้นม?พืชผลทางการเกษตรจากการเก็บภาษีได้หล่อเลี้ยงราชสำนั?และช่างฝีมือในการก่อสร้างวัดหินขนาดใหญ?ราชสำนักได้ส่งเสริมวัฒนธรรมชั้นสูงทางด้านดนตรี การฟ้อนร?ปรัชญา และวรรณคดี มหากาพย์ของอินเดียคื?มหาภารตะ (Mahabharata) และรามายนะ (Ramayana) ได้ถูกนำเสนอโดยนักดนตร?นักฟ้อนร?และนักเชิดหุ่นกระบอก เพื่อสื่อคุณค่าทางจริยธรรมและวัฒนธรรมของชาวชวาและชาวบาหล?ระบบการเขียนนั้นมาจากภาษาสันสกฤต และคำสันสกฤตจำนวนมากได้กลายเป็นคำในภาษาท้องถิ่?

ในพุทธศตวรรษที?14 หมู่เกาะชวาได้แตกแยกออกเป็?2 อาณาจักรคื?อาณาจักรมัชปาหิต (ภาคตะวันออ? และอาณาจักรปะชาชะลัน (ภาคตะวันตก) ต่อมาอาณาจักรมัชปาหิตรุ่งเรืองขึ้น พระเจ้าแผ่นดินส่วนใหญ่นับถือศาสนาพราหมณ์ มีการสร้างเทวสถานเป็นอันมา?และภาษาสันสกฤตกลายเป็นภาษาราชสำนัก ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 19 สมัยของพระเจ้าองควิชัย อำนาจของอาณาจักรมัชปาหิตแผ่ขึ้นไปถึงแหลมมลาย?ทำให้อาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมล?br>
ในปี ??1930 ลามุนะ อิบราฮิม พ่อค้าอาหรับได้นำศาสนาอิสลามไปเผยแผ่ที่ชวาเป็นครั้งแรก อิบราฮิมพยายามเกลี้ยกล่อมพระเจ้าองควิชัยแต่ไม่สำเร็จ จึงหันไปเกลี้ยกล่อมระเด่นปาตาซึ่งเป็นพระราชโอรสให้หันมาเข้ารีตนับถืออิสลามได้สำเร็?ด้วยความช่วยเหลือของกองทัพอาหรับ ระเด่นปาตาได้กระทำปิตุฆา?สถาปนาตนเองขึ้นเป็นสุลต่าน และประกาศยกอิสลามเป็นศาสนาประจำอาณาจัก?ศาสนาอิสลามจึงแผ่เข้าสู่เกาะต่าง?อย่างรวดเร็ว เจ้าเมืองต่างๆ ที่เกรงกลัวภัยต่างพากันเข้ารีตนับถืออิสลาม ส่วนผู้ที่นับถือศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนาที่ไม่ต้องการเปลี่ยนศาสน?ได้พากันหนีภัยลงไปอยู่ที่เกาะบาหลี จนกระทั่งถึงทุกวันนี?

***

ที่ม?: หนังสือพิมพ์มติชนรายวั? ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ ๑๔ มกราคม ?? ๒๕๕๐ ปีที?๒๗ ฉบับที?๑๐๕๓? คอลัมน์หน้าต่างความจริ? หน้า ?

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 20 February, 2007 9:21 AM