ความหมาย คุณลักษณ?และประเภทของพระโพธิสัตว์
 


พระมหาจู่ล้อ?ชูเลื่อน
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาจริยศาสตร์ศึกษ?
© ลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล


***

ความหมายของคำว่าพระโพธิสัตว์

ในพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทนั้นพระโพธิสัตว?คื?บุคคลผู้บำเพ็ญบารมีธรรมอุทิศตนช่วยเหลือสัตว์ผู้มีความทุกข์ยากและจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต พุทธศาสนาฝ่ายมหายานเรียกบุคคลเช่นนี้ว่าเป็นผู้มีพลังหรืออำนาจมุ่งสู่โพธิญา?(Dayal, 1987: 7) เป็นผู้บำเพ็ญความดีหรือที่เรียกว่าบารมีธรรมอย่างยิ่งยวดเพื่อการบรรลุถึงพระโพธิญา?การดำเนินชีวิตของพระโพธิสัตว์เป็นไปเพื่อบำเพ็ญบารมีเพื่อตนและเป็นการเสียสละช่วยเหลือผู้อื่นไปพร้อม ?กั?การกระทำทุกอย่างนี้ดำเนินไปได้ด้วยความรักความปรารถนาในพระพุทธภาวะอันเป็นความหมายของพระโพธิสัตว?ด้วยความรักในพระโพธิญาณพระโพธิสัตว์จึงสามารถกระทำได้ทุกอย่าง เบื้องต้นแต่สละได้ซึ่งสิ่งของภายนอกจนถึงชีวิตและสิ่งเสมอด้วยชีวิตคือบุตรและภรรยาของต?ดังตัวอย่างพุทธดำรัสที่ตรัสในขณะเสวยพร?ชาติเป็นพระโพธิสัตว์ความว่?/p>

เมื่อเราจะให้ทานก็ดี กำลังให้ทานก็ด?ให้ทานแล้วก็ดีจิ?br> ของเราไม่เป็นอย่างอื่น เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้?br> (ขุ.จริย? ๓๓ / ๖๖ / ๗๓?

จักษุทั้งสอง เป็นที่น่าเกลียดชังสำหรับเราก็หาไม?แม้ตัว
เราเองจะเป็นที่เกลียดชังก็หาไม?แต่พระสัพพัญญุตญาณเป็น
ที่รักของเรา เพราะฉะนั้?เราจึงได้ให้จักษ?ฉะนี้แ?br> (๓๓ / ๖๖ / ๗๓?

เราตามรักษาศีลของเรา มิใช่รักษาชีวิตของเร?เพราะใ?br> กาลนั้นเราเป็นผู้รักษาศี?เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้?br> (๓๓ / ๖๕ / ๗๕?

อย่างไรก็ตาม คำว่าพระโพธิสัตว์มาจากศัพท์สองศัพท์ประกอบกันคือคำว่าโพธิ ที่แปลว่าความตรัสรู้กับสัตตะ ที่แปลว่?สัตว์ในคำที่เรียกว่าสัตว์โลก (วัดบวรนิเวศวิหาร, ๒๕๓๒: ๒๙) อันมีความหมายครอบคลุมทั้งมนุษย์และสัตว์เดรัจฉานซึ่งจะเห็นได้จากอดีตชาติของพระพุทธเจ้?กล่าวคือ นอกเหนือจากที่พระองค์ได้เสวยพระชาติเป็นมนุษย์แล้?บางพระชาติพระองค์ได้เสวยพระชาติเป็นพญาวานร เสวยพระชาติเป็นช้า?เสวยพระชาติเป็นนาคราชเป็นต้น ดังพระพุทธดำรัสต่อไปนี?/p>

ในภพที่เราเป็นพญาวาน?ช้างฉัททันต์ และช้างเลี้ยงมารดาเป็นศีลบารมี

ในภพที่เราเป็นพญาไก่ป่?สีลวนา?และพญากระต่ายเป็นทานปรมัตถบารม?br> (ขุ.จริย? ๓๓ / ๑๒?/ ๗๗?

พระโพธิสัตว์ไม่ว่าจะครองสภาวะความเป็นมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉานก็บำเพ็ญบารมีธรรมเพื่อพระโพธิญาณเป็นเป้าหมาย เพราะคำว่า "โพธิสัตว?quot; หมายถึงผู้ปรารถนาพระโพธิญา?คื?การตรัสรู้ โดยไม่ได้มีเป้าหมายเป็นอย่างอื่น เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่ความรู้แจ้งโลก ซึ่งหมายรวมถึงโล?ทั้ง ?คื?

- สัตว์โลก อันได้แก?หมู่สัตว?ชนิดต่าง ?รวมทั้งเทวดา มนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน
- โอกาสโลก อันได้แก?โลกคือที่อยู่อาศัย หมายถึ?ระบบจักรวา?และดวงดาวต่า??br> - สังขารโล?/strong> อันได้แก?โลกคือสังขารที่เกิดจากการปรุงแต่?สรุปให้แคบเข้า ได้แก่ นามรูป นั่นเอ?(บรรจ?บรรณรุจิ, ๒๕๒๙:?๑๐)

การที่บุคคลได้บรรลุถึงพระโพธิญาณ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือการอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้านั้นเกิดขึ้นได้ยาก (กิจโ?พุทธานมุปปาโ? ดังนั้?บุคคลผู้จะบรรล?พระโพธิญาณได้นั้นจึงจำต้องบำเพ็ญบารมีธรรมเป็นเวลานานยิ่ง เมื่อบุคคลผู้นั้นได้ชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว?นั้นหมายความว่าเขาย่อมต้องประสบกับความลำบากในชีวิตนานับประกา?นับตั้งแต่การต้องจำยอมสละทรัพย์สินภายนอกร่างกายเป็นเบื้องต้น จนถึงการยอมสละชีวิตของตนเข้าแลกเป็นที่สุดและการปฏิบัติเช่นนั้นก็ต้องประกอบไปด้วยความเต็มใจของต?หากไม่สามารถปฎิบัติได้ ความหมายของคำว่าพระโพธิสัตว์ในตัวบุคคลนั้นก็ไม่สามารถเกิดขึ้นตามมา แม้พระโพธิสัตว์จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องแลกด้วยชีวิตแต่พระโพธิสัตว์ก็ใช่ว่าจะหวาดหวั่นต่อสถานการณ์เช่นนั้นไม่ ตรงกันข้ามพระโพธิสัตว์กลับมีใจมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวพร้อมที่จะเผชิญกับสถานการณ์ที่ประสบอย่างเต็มใจ และยินดีด้วยมุ่งมั่นที่จะอุทิศตนเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่?โดยหวังให้คุณธรรมความดีที่บำเพ็ญนั้นเป็นปัจจัยให้ได้บรรลุพระสัพพัญญุตญาณในกาลเบื้องหน้?

***

คุณลักษณะของพระโพธิสัตว์

พระโพธิสัตว์ผู้อยู่ในข่ายที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านั้นมีองค์ประกอบสำคัญอันเป็นคุณลักษณะเฉพาะตน ?ประการ คื?br>           ? อุสสาห?คื?ประกอบไปด้วยความเพียรอันมั่นคง
          ? อุมมังคะ คื?ประกอบไปด้วยปัญญาอันเชี่ยวชาญหาญกล้า
          ? อวัตถานะ คื?ประกอบไปด้วยพระอธิษฐานอันมั่งคงมิได้หวั่นไหว
          ? หิตจริยา คื?ประกอบไปด้วยเมตตาแก่สัตว์เป็นเบื้องหน้?br>           (พระนันทาจารย? ???:๑๑)

คุณลักษณะหรือเรียกว่าคุณธรรมทั้ง ?ประการนี้เป็นอุปกรณ์หรือวิธีการสำคัญอย่างหนึ่งที่พระโพธิสัตว์จะต้องปฏิบัติตามอย่างมั่นคงจนกว่าจะบรรลุถึงจุดมุ่งหมายขั้นสูงสุดคือพระโพธิญาณ

ข้อที่ ?อุสสาห?พระโพธิสัตว์เป็นผู้ประกอบไปด้วยความเพียรอันมั่นคงไม่ย่อท้อต่อความลำบากที่เกิดขึ้นในวัตรปฎิบัติของต?เป็นผู้ซื่อตรงมั่นคงต่อเป้าหมายสูงสุ?ด้วยความรักความปรารถนาต่อจุดมุ่งหมายสูงสุดคือพระโพธิญาณจึงทำให้พระโพธิสัตว์เป็นผู้มีความอุสสาห?ฝ่าฟันอุปสรรคต่า??ด้วยคุณธรรมเฉพาะตน ไม่มีจิตคิดสยบต่อมารคือกิเลสเป็นต้?อันเป็นความชั่วที่คอยยั่วยุหรือขัดขวางไม่ให้บำเพ็ญความดีอย่างเต็มที่ เป็นผู้ข้ามพ้นปัญหาต่า??ด้วยความอุสสาหะยิ่?และเพราะการจะบรรลุถึงความเป็นพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่ได้โดยยาก แต่หากพระโพธิสัตว์สามารถข้ามพ้นความยากลำบากนั้นไปได้ด้วยความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ?พระโพธิสัตว์ก็สามารถบรรลุถึงความสำเร็จคือความเป็นพระพุทธเจ้าได้อย่างแน่นอน ดังคำอุปมาซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในการที่จะได้บรรลุถึงพุทธภาวะที่ปรากฎในอรรถกถาตอนหนึ่งที่ว่า

"ผู้ใดสามารถที่จะใช้กำลังแขนของตนว่ายข้ามห้วงแห่งจักรวาลทั้งสิ้นอันเป็นน้ำผืนเดียวกันหมดแล้วถึงฝั่งได?ผู้นั้นย่อมบรรลุถึงความเป็นพระพุทธเจ้าได?quot; (ขุ.ชา.? ?/ ๒๕)

ข้อที่ ?อุมมังคะ พระโพธิสัตว์เป็นผู้ประกอบไปด้วยปัญญา อันเชี่ยวชาญหาญกล้ารู้จักไตร่ตรองคิดหาเหตุผล อย่างรวดเร็วมีศักยภา?ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผลที่ดี ตลอดทั้งรู้จักแยกแยะความดี ความชั่ว ว่าเป็นสิ่งที่ควรท?ไม่ควรทำ ถ้าไม่ทำจะมีผลดี ชั่ว มากน้อยแค่ไห?ทำแล้วจะเกิดผลดี เล?ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นอย่างไ?โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้มีความกล้าหา?ตัดสินปัญห?ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นมากที่สุด

ข้อที่ ?อวัตถานะ พระโพธิสัตว์เป็นผู้ประกอบไปด้วยพระอธิษฐานอันมั่งคงไม่หวั่นไห?คือเป็นผู้มีจิตอันแน่วแน่มั่นคงในสิ่งที่กำลังกระทำ ไม่คิดละเลิกในสิ่งที่ทำเสียกลางคัน ตราบใดที่ภารกิจอันนั้นยังไม่ถึงที่สุ?คื?ความสำเร็จก็ไม่ละทิ้งให้เสียกา?อธิษฐานธรรมนี้ย่อมมาพร้อมกับธรรมอี??ประการ คื?วิริยะ ขันต?และสัจจะ ทั้ง ?ประการนี?เป็นธรรมะที่มีประกอบกันอยู?เมื่อยกขึ้นข้อหนึ่งก็ย่อมมีอีก ?ข้อประกอบอยู่ด้วยเสม?(วัดบวรนิเวศวิหาร, ๒๕๓๒: ๑๙? เมื่อมีความตั้งมั่นในกิจอันใดอันหนึ่งอย่างมั่นคงแล้ว จำต้องกระทำด้วยความมีวิริย?และอดทนทั้งอดทนต่อการกระทำกิจอันนั้นและอดทนต่อสิ่งยั่วยุต่าง ?ที่อาจเป็นตัวขัดขวางไม่ให้กิจที่กระทำดำเนินไปได้อย่างสะดวก สุดท้ายคือ มีความจริงใจที่จะกระทำกิจให้ลุล่วงจนถึงที่สุ?กิจนั้นจึงจะสัมฤทธิ์ผลได?

ข้อที่ ?หิตจริยา พระโพธิสัตว์เป็นผู้ประกอบด้วยเมตตาสัตว์เป็นเบื้องหน้?เป็นผู้ประพฤติประโยชน์ด้วยคำนึงถึงผู้อื่นเสมอโดยไม่เลือกชนิดผู้รับประโยชน์ พระโพธิสัตว์ถือว่าการบำเพ็ญการช่วยเหลือแก่ผู้อื่นนั้นคือภารกิจที่ต้องกระทำตามหน้าที่ คือเป็นการบำเพ็ญบารมีธรร?/p>

คุณลักษณะทั้??ประการนี?เป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการ การบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว?เป็นการสละตนเองเพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้อื่นทุกชีวิตอย่างเสมอหน้าเท่าเทียมกันเรื่อยไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมา?คื?ความบริบูรณ์ด้วยปัญญาอันเป็นโลกุตตรสมบัต?คื?พระสัพพัญญุตญา?

คุณลักษณะที่สำคัญของพระโพธิสัตว์อาจสรุปได้เป็น ?ประการ คื?
          ? การบำเพ็ญตนช่วยเหลือสรรพสัตว?อย่างไร้ขอบเขตหรือประโยชน์ผู้อื่?(ปรัตถะ)
          ? การบำเพ็ญบารมีธรรมเพื่อการบรรลุพระโพธิญาณในอนาคตหรือประโยชน์ตนเอ?(อัตตัตถะ)

การดำเนินชีวิตของพระโพธิสัตว์มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์อยู่กับภาระที่จะพึงบำเพ็ญเพื่อประโยชน??ประการข้างต้?ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่พระโพธิสัตว์ทุกองค์ต้องมีและประโยชน์ทั้งสองนั้นก็มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด กล่าวคือการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อผู้อื่นอย่างไร้ขอบเขตก็คือ การได้ชื่อว่าเป็นการบำเพ็ญบารมีธรรมเพื่อตนเอ?ตรงกันข้ามการบำเพ็ญบารมีธรรมเพื่อตนเอง ก็คือการได้มีโอกาสอุทิศตนให้เป็นประโยชน์แก่มวลสัตว์ทั้งปวงเช่นเดียวกัน

คุณลักษณะอีกอย่างหนึ่งที่มีในตัวของพระโพธิสัตว?คุณลักษณะนั้นเรียกว่?"อัชฌาสัยของพระโพธิสัตว?quot; มี ?อย่า?คื?

? อโลภ?พระโพธิสัตว์ทั้งหลายมีอัชฌาสัยประกอบด้วยความไม่โลภ เป็นผู้มีปกติเห็นโทษของความโลภและอยากได้ในอารมณ์ที่น่าชอบพอพึงใจ
? อโทส?พระโพธิสัตว์ทั้งหลายมีอัชฌาสัยประกอบด้วยความไม่โกร?เป็นผู้มีปกติเห็นโทษของความโกร?br> ? อโมห?พระโพธิสัตว์ทั้งหลายมีอัชฌาสัยประกอบด้วยความไม่หลง เป็นผู้มีปกติเห็นโทษของความหลง
? เนกขัมมะ พระโพธิสัตว์ทั้งหลายมีอัชฌาสัยในการถือบว?เป็นผู้มีปกติเห็นโทษในการอยู่ครองเรือน
? ปวิเวก?พระโพธิสัตว์ทั้งหลายมีอัชฌาสัยในความสง?เป็นผู้มีปกติเห็นโทษในการอยู่คลีกับหมู่คณะ
? นิสสรณ?พระโพธิสัตว์ทั้งหลายมีอัชฌาสัยในการออกจากทุกข์ เป็นผู้มีปกติเห็นโทษในภพและคติทั้งปว?
(วิสุทธ? ?/ ๗๔-๗๕)

อัชฌาสัยทั้ง ?ประการที่กล่าวมาข้างต้นเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นลักษณะนิสัยที่เป็นพื้นฐานของพระโพธิสัตว์ เป็นองค์ประกอบที่เอื้อต่อการบรรลุถึงพุทธภาวะได้ง่ายขึ้?/p>

อย่างไรก็ตามบุคคลผู้ปรารถนาพุทธภาวะจำต้องผ่านการบำเพ็ญตนเป็นพระโพธิสัตว์ก่อน เพื่อให้คุณธรรมเกิดความบริบูรณ์และแก่กล้าอันเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะบรรลุพระสัพพัญญุตญา?และบุคคลผู้จะได้ชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์นั้?ต้องถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติเบื้องต้นแห่งการทำให้เป็นพระโพธิสัตว์ซึ่งเรียกว่า "อัฏฐธัมมสโมธาน" คื?การประชุมรวมกันของธรรม ?ประการ ธรรมในที่นี้หมายถึงองค์ประกอบต่า??ที่เมื่อพร้อมมูลอยู่ในบุคคลใดแล้วก็ยังผลให้บุคคลนั้นได้ชื่อว่าเป็น "นิยตโพธิสัตว?quot; (บรรจ?บรรณรุจิ,๒๕๒๙:๑๒) คือพระโพธิสัตว์ผู้ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแน่นอ?คุณสมบัติเบื้องต้นหรือองค์ประกอบ ?ประการนั้น มีดังนี้

? ความเป็นมนุษย์ คื?บุคคลผู้ตั้งจิตปรารถนาบรรลุพระโพธิญาณนั้?จะต้องดำรงภาวะเป็นมนุษย์ จะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานหรือเทวดา ความปรารถนาไม่สามารถสำเร็จได?/blockquote>

? ความถึงพร้อมด้วยเพ?คื?แม้จะเกิดเป็นมนุษย์ก็ตามแต่ก็จำกัดเฉพาะเพศบุรุษเท่านั้?จะเป็นสตรี บัณเฑาะก?หรืออุภโตพยัชชนก(คนสองเพศ) ความปรารถนาก็หาสำเร็จไม่เช่นกั?

? เหตุ คื?มีอรหัตตูปนิสั?อันได้แก?มีความพร้อมหรือมีศักยภาพพอที่จะสามารถบรรลุความเป็นพระอรหันต์ได้ในอัตภาพที่กำลังเป็นอยู่หรือในขณะนั้นหากมีความปรารถนา

? การเห็นพระศาสด?/strong> คื?การได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งแล้วตั้งความปรารถนาความเป็นพระพุทธเจ้าในสำนักของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น จะตั้งความปรารถน??สถานที่นอกจากนี้ เช่นโคนต้นไม้เป็นต้นย่อมไม่สำเร็?/p>

? การบรรพช?/strong> คื?การต้องครองเพศเป็นบรรพชิตหรือกำลังถือบวชเท่านั้น จะอยู่ในเพศคฤหัสถ์แล้วตั้งความปรารถนาก็ย่อมไม่สำเร็จ

? การสมบูรณ์ด้วยคุ?คื?ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัต?อันได้แก่การได้บรรลุอภิญญา ?และสมาบัติ ?แล้วตั้งความปรารถนาจึงจะสำเร็จได?/p>

? การกระทำที่ยิ่งใหญ?/strong> คื?การกระทำบุญอันยิ่งด้วยชีวิ?อันได้แก่การได้บริจาคชีวิตถวายแด่พระพุทธเจ้าที่เรียกว่าการกระทำอันยิ่งใหญ่

? ความพอใจ คื?มีฉันทะความพอใจอันใหญ่หลวง มีอุตสาหะและความพยายามที่จะบรรลุถึงพระโพธิญา?คื?ความรักความปรารถนาที่จะบรรลุสัพพัญญุตญาณอย่างแรงกล้า แม้ว่าจะมีอุปสรรคที่ยากต่อการฝ่าฟันก็ไม่ยอมแพ้ (ขุ.ชา.? ?/ ๒๔-๒๕)

องค์ประกอบของธรร??ประการนี้เป็นองค์คุณที่จะทำบุคคลให้เป็?" นิยตโพธิสัตว?quot; จะขาดเสียซึ่งข้อใดข้อหนึ่งเป็นอันไม่บริบูรณ์ กล่าวคือ ความเป็นพระโพธิสัตว์ผู้มีพระโพธิญาณเป็นเบื้องหน้าก็เป็นอันเกิดขึ้นไม่ได้ กล่าวโดยสรุป คื?บุคคลผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์ต้องเริ่มต้นด้วยความถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติดังกล่าวแล้?จึงเริ่มดำเนินการบำเพ็ญบารมีธรรมที่ทำให้เป็นพระพุทธเจ้?(พุทธการกธรรม) ๑๐ ประการเป็นลำดับต่อไป อนึ่งประเด็นคุณสมบัติที่จะทำบุคคลให้เป็นพระโพธิสัตว์นี?ในฝ่ายเถรวาท (หีนยาน) มีคติว่าบุคคลผู้นั้นต้องสมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ ?ประการดังกล่าวแล้วเป็นเบื้องต้นก่อนจึงจะเป็นพระโพธิสัตว์ได?แต่ในคติฝ่ายอาจาริยวาท (มหายาน) นั้นมีว่?ทุกคนสามารถบำเพ็ญตนเป็นพระโพธิสัตว์ได้เหมือนกันโดยไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติข้างต้นครบ คตินิยมในฝ่ายอาจาริยวาทนั้นมักให้ความสำคัญกับความเป็นพระโพธิสัตว์เป็นอย่างมา?เพราะต้องการบำเพ็ญบารมีเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าโดยหวังจะได้ช่วยขนสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ได้คราวละ มา??(จำนง ทองประเสริ? ในจำนงค์ ทองประเสริ? บรรณาธิการ, ๒๕๔๑: ๓๐) ดังนั้?คติแห่งการดำเนินชีวิตจึงมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่การบำเพ็ญตนเป็นพระโพธิสัตว?อีกทั้งประเด็นเรื่องบารมีก็มีความแตกต่างจากคติในฝ่ายเถรวาทในส่วนขององค์ธรรมแม้จะมีจำนวนเท่ากันก็ตา?ซึ่งฝ่ายมหายานนั้นได้แบ่งจำนวนบารมีไว้เป็น ?ประเภท คื?(? บารมีประเภทหลั?แล?(? บารมีประเภทรอง ดังนี้

บารมีประเภทหลั?/strong> ได้แก่
? ทานบารมี (การเสริมสร้างความเป็นคนเสียสละ)
? สีลบารมี (การเสริมสร้างชีวิตแห่งความมีระเบียบวินัย)
? ขันติบารมี (การเสริมสร้างความเข้มแข็?อดทน)
? วิริยบารมี (การเสริมสร้างความกล้าหาญ)
? ฌานบารมี (การเสริมสร้างสมาธิจิ?
? ปัญญาบารมี (การเสริมสร้างปัญญาชั้นสู?

สำหรับบารมีประเภทรอง ได้แก่
? อุปายบารมี (การเสริมสร้างความคิดริเริ่?
? ปณิธานบารม?(การเสริมสร้างความมีอุดมการณ์ของชีวิต)
? พลบารม?(การเสริมสร้างปัญญาขั้นต้?
? ญาณบารมี (การเสริมสร้างปัญญาขั้นต้? (บุณย?นิลเกษ, ๒๕๓๔ ? ๓๒-๓๓)

โดยลักษณะทั่??ไป แนวคิดเรื่องพระโพธิสัตว์ของทั้งสองนิกายนี้ จึงมีความแตกต่างกั?/p>

***

ประเภทของพระโพธิสัตว?/p>

พระโพธิสัตว์ในนิกายเถรวาทม??ประเภทสำคั??คื?/p>

? อุคฆติตัญญูโพธิสัตว์ ได้แก่ พระโพธิสัตว์ประเภทมีปัญญามากกว่าศรัทธา พระโพธิสัตว์ประเภทนี้ใช้เวลาบำเพ็ญบารมีน้อยกว่าพระโพธิสัตว์ประเภทอื่?เมื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้?เรียกว่า พระปัญญาธิกพุทธเจ้?/p>

? วิปจิตัญญูโพธิสัตว?/strong> ได้แก่ พระโพธิสัตว์ประเภทมีศรัทธามากกว่าปัญญา พระโพธิสัตว์ประเภทนี้ใช้เวลาในการบำเพ็ญบารมีมากกว่าอุคฆติตัญญูโพธิสัตว?แต่น้อยกว่าเนยยโพธิสัตว์ เมื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้?เรียกว่า สัทธาธิกพุทธเจ้า

? เนยยโพธิสัตว?ได้แก่ พระโพธิสัตว์ประเภทมีความเพียรมากกว่าปัญญ?ใช้เวลาในการบำเพ็ญบารมีมากกว่าทั้งสองจำพวกข้างต้?เมื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้?เรียกว่า พระวิริยาธิกพุทธเจ้า (เทพพ?มังธาน? ๒๕๔๓: ๑๓)

สำหรับเกณฑ์การแบ่งประเภทพระโพธิสัตว์ข้างต้นนี้เป็นไปโดยอาศัยหลักดังต่อไปนี?br>           ? ระยะเวลาในการบำเพ็ญบารมีจนกระทั่งได้ตรัสรู้ธรรมเร็วหรือช้ากว่ากั?br>           ? อินทรียธรรมที่เป็นตัวนำในการตรัสรู้ธรรมมีมากน้อยแตกต่างกันคื?ปัญญ?ศรัทธา วิริยะ (บรรจ?บรรณรุจิ, ๒๕๒๙: ๘๒)

***

กระบวนการในการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์

ระยะเวลาแห่งการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ทุกองค์นั้นต้องใช้เวลาในการสั่งสมบารมีเพื่อให้เกิดความแก่กล้าเป็นเวลานา?กล่าวคือ ถ้ายังมิได้ถึงกำหน??อสงไขยแสนกัปป์หรือ ?อสงไขยแสนกัปป์หรือ ๑๖ อสงไขยแสนกัปป์อย่างใดอย่างหนึ่งแล้?จะให้ทานอันยิ่งเหมือนด้วยทานของพระเวสสันดรทุ??วันก็ด?จะบำเพ็ญพระบารมีอันยิ่งให้เสมอด้วยทานนั้นทุก ?วันก็ด?ด้วยหวังจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าเร็??นั้นก็ไม่สำเร็?(พระนันทาจารย? ???: ?? อันเปรียบเสมือนต้นไม้ต้นเล็กซึ่งยังไม่ถึงเวลาแห่งการผลิตดอกออกผล แม้บุคคลจะหมั่นบำรุงรักษาโดยการในปุ๋ยหรือพรวนดินให้มากสักเพียงใดก็ไม่เป็นผลสำเร็?เพราะต้นไม้นั้นยังไม่มีภาวะแห่งความพร้อมที่จะออกผล ในระหว่างนั้นพระโพธิสัตว์ต้องพบกับความยุ่งยากต่า??นานัปการซึ่งเปรียบเสมือนข้อทดสอบความมุ่งมั่นจริงใจในการปฏิบัติ คติอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นกล้าหาญของพระโพธิสัตว์ต่อการไม่ยอมจำนนต่ออุปสรรคต่าง ?คือการยอมสละได้แม้ที่สุดคือชีวิตดังคาถาบทหนึ่งมีความว่?br>

พึงสละทรัพย์เพราะเหตุแห่งอวัยวะอันประเสริฐ เมื่อจะรักษาชีวิ?br> ก็พึงสละอวัยวะ นรชนเมื่อระลึกถึงธรร?ก็พึงสละทรัพย์ อวัยวะ และชีวิตแม้ทั้งสิ้?br> (ขุ.ชา. ๒๘ / ๓๘?/ ๑๐?

กระบวนการในการบำเพ็ญบารมีของพระโพธสัตว์เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่พระโพธิสัตว์ประกอบพร้อมด้วยคุณสมบัต??ประการ (อัฏฐธัมมสโมธาน) โดยบริบูรณ์แล้?จากนั้นพระโพธิสัตว์จึงได้เริ่มตั้งปณิธานคื?ความมั่นคง แน่วแน?ไม่เปลี่ยนแปลง หรือความมุ่งมั่นตั้งใจจริงซึ่งในฝ่ายพุทธศาสนามหายานเรียกปณิธานของพระโพธิสัตว์นี้ว่?"มหาจตุรปณิธา?quot; มี ?ประการ คื?br>           ? เราจะละกิเลสทั้งหลายให้หมดสิ้น
          ? เราจะตั้งใจศึกษาพระธรรมทั้งหลายให้เจนจ?
          ? เราจะโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลายให้สิ้?
          ? เราจะบำเพ็ญตนให้บรรลุถึงอนุตตรสัมมาสัมโพธิญา?(เสถียร โพธินันท?และเลียง เสถียรสุ? ๒๕๒๙: ?

ปณิธานทั้ง ?ข้อนี้ กล่าวได้ว่าอยู่ในฐานะเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของพระโพธิสัตว?และเปรียบเสมือนสิ่งอันเป็นเครื่องกระตุ้นความมุ่งมั่นทะเยอทะยานอันแรงกล้าในการบำเพ็ญบารมีธรรมของผู้เป็นพระโพธิสัตว์ และพระโพธิสัตว์จะต้องมีปณิธานทั้??ข้อนี้โดยหน้าที่ของต?/p>

ข้อที่ ? พระโพธิสัตว์ในฐานะผู้จะตรัสรู้สัจธรร?อยู่เหนือกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลายจึงต้องบำเพ็ญธรรมให้แก่กล้าอันเป็นเครื่องทำลายกิเลสทั้งหลายให้หมดสิ้นเพื่อทำให้ตนเองบริสุทธิ์หมดจด เป็นที่พึ่งแก่สรรพสัตว์ได้

ข้อที่ ? พระโพธิสัตว์ทั้งหลายจะต้องศึกษาธรร?คือความจริงของชีวิตให้เกิดความแจ่มแจ้งแทงตลอดให้เห็นซึ่งความจริงในธรรมชาติ จะต้องเป็นผู้ขวนขวายค้นคว้าหาความรู้จนถึงที่สุดคือความรู้ทุกอย่า?(สัพพัญญุตญาณ) อันเป็นส่วนประโยชน์ต?

ข้อที่ ? พระโพธิสัตว์เมื่อพัฒนาตัวเองจนถึงที่สุดกล่าว คื?เป็นผู้บรรลุพระโพธิญาณอันได้ชื่อว่?ถึงฝั่?คื?พระนิพพานแล้?เป็นผู้ถึงที่สุดแห่งความปรารถนาที่ได้ตั้งไว้แล้ว ก็เป็นผู้มีปัญญาความสามารถจะต้องใช้ปัญญาความสามารถนำเอาความจริงที่ได้ค้นพบนั้นไปเผยแผ่แก่มวลสัตว์ทั้งหลายผู้อยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ ให้พบกับความสุขที่แท้จริ?br>
ข้อที่ ? พระโพธิสัตว์ คื?ผู้จะได้เข้าถึงแดนพุทธภูมิ ได้แก่การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตอย่างแน่นอนหากพระโพธิสัตว์มีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุถึงเป้าหมายนั้นอย่างไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งความปรารถนาของพระโพธิสัตว์ที่ต้องการเข้าถึงพุทธภูมิ คือการบรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณนั้นเพราะต้องการช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นจากทุกข?เพราะการช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลายของพระโพธิสัตว์เป็นการช่วยเหลือที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพมากกว่าพระอรหันต์ และพระปัจเจกพระพุทธเจ้?โดยเฉพาะพระปัจเจกพุทธเจ้าไม่สามารถที่จะช่วยเหลือสรรพสัตว์ได้เล?เพราะพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น เป็นผู้มีปัญญาเห็นสัจธรรมเฉพาะตัวเอง แต่ไม่สามารถชี้แจงแสดงนัยแห่งสัจธรรมให้แก่ผู้อื่นได้เห็นตามได้โดยเหตุที่พระปัจเจกพระพุทธเจ้าทั้งหลายนั้นตรัสรู้แต่อรรถรสสิ่งเดีย?มิได้ตรัสรู้ธรรมรสจึงมิอาจจะยกพระโลกุตตรธรรมขึ้นสู่บัญญัติได?(พระนันทาจารย? ???:๑๕)

พระโพธิสัตว์ คื?ผู้ที่ยึดถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต พระพุทธเจ้าคือบุคคลในอุดมคติของพระโพธิสัตว์ที่พระโพธิสัตว์จะต้องบำเพ็ญบารมีธรรมให้ครบถ้วนบริบูรณ?เพื่อก้าวเข้าสู่ฐานะอันเป็นความสำเร็จสูงสุดเช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ แล้วดำเนินตามพุทธกิจที่พึงปฏิบัต?คื?การกระทำตามปณิธานที่ได้วางไว?กล่าวคือ จักได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วทำการช่วยเหลือสัพพสัตว์ให้ข้ามพ้นวัฎฎะสงสาร ดังที่พระพุทธเจ้าได้ทรงดำริในพระทัยในคราวที่พระองค์ได้เสวยพระชาติเป็นสุเมธดาบส ซึ่งเป็นพระชาติแรกของการเริ่มต้นเป็นพระโพธิสัตว์ความตอนหนึ่งที่ว่า

…วันนี้เราเมื่อปรารถนาอยู่ก็พึงเผากิเลสของเราได้ จะมีประโยชน์อะไรแก่เราเล่า
ด้วยการทำให้แจ้งธรรมในที่นี้ด้วยเพศที่ใค??ไม่รู้จั?
เราบรรลุพระสัพพัญญุตญาณจักเป็นพระพุทธเจ้าในโลกพร้อมทั้งเทวโล?
จะมีประโยชน์อะไรแก่เราด้วยลูกผู้ชายผู้มีรูปร่างแข็งแรงนี้ข้ามฝั่งไปคนเดียว
เราบรรลุพระสัพพัญญุตญาณแล้วจักให้มนุษย์พร้อมทั้งเทวดาข้ามฝั่งด้วยการกระท?br> อันยิ่งใหญของเรา ด้วยลูกผู้ชายผู้มีรูปร่างแข้งแรงนี?เราบรรลุพระสัพพัญญุตญา?br> แล้วจักให้เหล่าชนมากมายข้ามฝั่?เราตัดกระแสน้ำคือสงสาร
ทำลายภพทั้งสามแล้ว ขึ้นสู่ธรรมนาวาจักให้มนุษย์พร้อมทั้งเทวดาข้ามฝั่?br> (ขุ.ชา.? ?/ ๒๓-๒๔)

***

บารม?๑๐ ประการ

การบำเพ็ญประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่?เรียกว่า การบำเพ็ญคุณธรรมที่จะทำให้เป็นพระพุทธเจ้?(พุทธการกธรรม) หรือเรียกว่า บารม?ซึ่งในพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทที่ผู้วิจัยทำการศึกษานี?บารมีธรรมที่พระโพธิสัตว์จะต้องบำเพ็ญให้บริบูรณ์ม?๑๐ ประการ คื?

          ?ทา?ได้แก่ การสละให้สิ่งที่สละให้มี ?ระดั?คื?br> - ทรัพย์สิ่งของภายนอ?
- อวัยวะในร่างกายของตน
- ชีวิตตนเอง หรือสิ่งเสมอด้วยชีวิตต?คื?บุตร ภรรย?

          ?ศี?ได้แก่ คุณธรรมเครื่องปราบกิเลสอย่างหยาบ ได้แก่ กิเลสที่เกิดขึ้นแล้ว ทำให้ไม่สามารถยับยั้งใจไว้ได้ต้องลงมือกระทำความชั่?ไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือทางวาจ?ศีลที่พระโพธิสัตว์รักษาม??คื?br> -นิจศีล (ศี??
- อุโบสถศี?(ศี??

          ?เนกขัมมะ ได้แก่ การออกจากกาม มี ?คื?br> - ออกจากกามโดยสละบ้านเรือนออกบวช
- ออกจากกามโดยบำเพ็ญสมาธิจนได้บรรลุญาณ

          ?ปัญญ?ได้แก่ ความรอบรู้ ความรู้อย่างลึกซึ้?มี ?คื?
- สุตมยปัญญา ปัญญาอันเกิดจากการศึกษาเล่าเรียน
- จินตามยปัญญา ปัญญาอันเกิดจากการคิดพิจารณา
- ภาวนามยปัญญา ปัญญาอันเกิดจากการฝึกจิต อบรมจิ?

          ?วิริยะ ได้แก่ ความพากเพียรพยายาม การกระทำอย่างต่อเนื่อง ในทางที่ถูกต้องเรียกว่?สัมมัปปธาน มี ?อย่างคือ
- สังวรปธา?เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้?br> - ปหานปธาน เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้?br> - ภาวนาปธา?เพียรทำบุญให้เกิดขึ้?br> - อนุรักขนาปธา?เพียรรักษาการทำบุญไว้ต่อเนื่อง

           ? ขันต?ได้แก่ ความอดทนมี ?คื?
- ตีติกขาขันติ ความอดทนแบบอดกลั้นต่ออารมณ์อันไม่พึงประสงค์ต่างๆ
- ตบขันต?ความอดทนด้วยอำนาจตะบ?คื?สมาธิข่มใจ ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส
- อธิวาสนขันติ ความอดทนระงับยับยั้งไม่ให้กิเลสเกิดขึ้นเลยแม้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก

          ? สัจจ?ได้แก่ ความจริง ความเที่ยงแท?หมายถึ?ความจริงใจ พูดและทำตามความคิด

          ? อธิษฐา?ได้แก่ ความตั้งมั่น ความมั่นคง ไม่หวั่นไห?ในความคิ?กระทำสิ่งใดก็ทำจนบรรลุเป้าหมาย

          ? เมตต?ได้แก่ ความรั?ความปรารถนาด?ด้วยอำนาจคุณธรรม ไม่ใช่รักและปรารถนาดีด้วยอำนาจกามราค?/p>

          ๑๐. อุเบกข?ได้แก่ ความวางเฉย ความปล่อยวาง หมายถึ?อาการที่จิตเป็นกลา?ไม่ยึดใน ความดีที่ตนเองได้กระทำลงไป และไม่ทุกข์ใจในการทำผิดซึ่งพลาดพลั้งเกิดขึ้น (บรรจ?บรรณรุจิ, ๒๕๒๙: ๑๙-๒๑)

บารมีทั้?๑๐ ประการข้างต้นพระโพธิสัตว์จะต้องบำเพ็ญด้วยความเสียสละตนเองเป็นอย่างยิ่งอันเป็นส่วนของความเมตตากรุณาต่อปวงสัตว?และจะต้องฝึกหัดบำเพ็ญบารมีอันนั้นให้เกิดเป็นความต่อเนื่อ?และจะต้องปฏิบัติให้ได้ตั้งแต่ระดับสามั?(บารม? จนถึงระดับที่กระทำได้ยากสุ?(ปรมัตถบารม? พระโพธิสัตว์จะต้องปฏิบัติได้เพื่อให้เกิดคุณธรรมแก่กล้าอันเป็นป็นปัจจัยให้เกิดโลกุตตรปัญญาคือความเป็นพุทธะในที่สุ?และหากพระโพธิสัตว์ไม่สามารถบำเพ็ญบารมีทั้งสิบนี้ให้ครบถ้วนก็ไม่มีทางที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได?(จำนง ทองประเสริ? ในวิมล ไทรนิ่มนวล, บรรณาธิการ, ๒๕๓๙: ๓๗?

คุณธรรมหรือบารมีของพระโพธิสัตว์แม้มีถึ?๑๐ ประการแต่เมื่อจัดรวมเข้าด้วยกันแล้วก็มีข้อที่เป็นหลักคลุมข้ออื่นทั้งหม??อย่า?คื?/p>

          ?กรุณ?คื?เห็นแก่ผู้อื่น มุ่งจะบำบัดทุกข์นำสุขมาให้แก่สรรพสัตว์

          ? ปัญญ?คื?ฝึกตนยิ่งขึ้นไปด้วยใฝ่รู้ตลอดเวลาให้มีปัญญารู้แจ้งธรรม มองเห็นถูกต้องว่?อะไรเป็นประโยชน์ อะไรไม่เป็นประโยชน์แท้จริงแก่สรรพสัตว์ที่ตนจะทำประโยชน์ให้ (พระธรรมปิฎ?(?? ปยุตโต), ๒๕๔๒: ๗๙)
ในขณะที่พระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารม?๑๐ ก็มุ่งหวังที่จะช่วยเหลือหมู่สัตว์ทั้งปวงให้ได้รับโลกิยสุขเพื่อพระโพธิสัตว์ได้บรรลุความดีคือพระโพธิญาณอันเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุ?แล้วก็คิดหวังจะช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้ได้รับโลกุตตรสุขเช่นที่พระองค์ได้รับ กล่าวคือ แม้ขณะบำเพ็ญบารมีก็ด?แม้ได้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายตามที่หวังแล้วก็ด?ทั้ง ?ประการนี้ก็เป็นไปเพื่อบำเพ็ญประโยชน์แก่หมู่สัตว์ทั้งสิ้นอันเป็นส่วนของพระกรุณา

การบำเพ็ญบารมีทั้ง ๑๐ ประการดำเนินไปได้อย่างถูกต้องตามหลักวิธีและเกิดผลสัม ฤทธิ์ในที่สุดก็ด้วยเหตุที่พระโพธิสัตว์รู้จักใช้ปัญญาคิดหาเหตุผลไตร่ตรองความเป็นไปของกระบวนการการบำเพ็ญบารมีว่า ในสถานการณ์ที่เผชิญนั้นควรแสดงออกอย่างไรจึงจะถูกต้องเหมาะสมและเป็นปัจจัยเอื้อให้ได้บรรลุถึงซึ่งพระโพธิญา?ถ้าสถานการณ์นั้นทำให้พระโพธิสัตว์ไตร่ตรองแล้วว่าการสละชีวิตเท่านั้?จะเป็นทางรอดของสัตว์ผู้เผชิญความทุกข์และถูกหลักการแห่งการบำเพ็ญบารมี พระโพธิสัตว์ก็สามารถทำได้อันเป็นส่วนของพระปัญญ?/p>

บารม?๑๐ ประการนี?เป็นอุดมคติธรรมของพระโพธิสัตว์ คื?เป็นธรรมที่พระโพธิสัตว์ทุกองค์ต้องบำเพ็ญเป็นหลักธรรมสำหรับยึดเหนี่ยวปฏิบัติเพื่อการบรรลุสัจธรร?กล่าวอีกนัยหนึ่ง คื?พระโพธิสัตว์ได้ยึดเอาหลักธรรมทั้?๑๐ ประการนี?เป็นข้อปฏิบัติเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดปัญหา หรือความยากลำบาก ในการตัดสินใจกระทำ บารมีทั้?๑๐ ประการนี?เป็นคุณธรรมสำคัญที่จะทำให้พระโพธิสัตว์ได้ก้าวไปสู่ พุทธภาวะ หรือบรรลุพระโพธิญา?พระโพธิสัตว์ได้ปฏิบัติในบารมีธรรมเหล่านั้นครบทั้?๑๐ อย่า?คื?ไม่น้อยกว่าหรือมากกว่า ๑๐ ประการ ดังกล่าวแล้ว ดังพระบาลีที่ว่า

?บารมีของเร?๑๐ ประการนี?เป็นส่วนแห่งพระโพธิญาณอันเลิ?
บารมียิ่งกว่?๑๐ ไม่ม?หย่อนกว่?๑๐ ก็ไม่ม?เราบำเพ็ญบารมีทุกอย่าง
ไม่ยิ่งไม่หย่อ?เป็นบารม?๑๐ ประการ ฉะนี้แ?br> (ขุ.จริย?๓๓ / ๓๖ / ๓๓)

บารมีธรรมทั้?๑๐ ประการข้างต้นพระโพธิสัตว์ต้องบำเพ็ญให้คร?จะขาดเสียซึ่งข้อใดข้อหนึ่งไปไม่ได้เพราะเป็นการไม่ครบองค์คุ?ซึ่งระดับการปฏิบัติก็สามารถจัดแบ่งได้ตามคุณภาพหรือความเข้มข้นเป็??ระดั?คื?
          ?ระดับบารมีหรือระดับสามัญ
          ?ระดับอุปบารม?หรือ ระดับกลา?br>           ?ระดับปรมัตถบารมี หรือ ระดับสูงสุ?br>

ระดับสามัญ เป็นระดับอันมีความยากลำบากน้อยสุดคือต้องสละวัตถุภายนอก ระดับปานกลางเป็นระดับอันมีความยากลำบากกว่าระดับแรก คือต้องแลกด้วยอวัยวะทางร่างกายและสุดท้าย ระดับสูงสุดซึ่งมีความยากลำบากที่สุ?เพราะต้องเสียสละซึ่งชีวิตหรือสิ่งเสมอด้วยชีวิต คุณธรรมหรือพุทธการกธรร?๑๐ ประการดังกล่าว พระโพธิสัตว์ต้องปฏิบัติได้ทั้ง ?ระดั?คื?สามั?ปานกลา?และสูงสุ?ดังนั้?การบำเพ็ญบารมีอันเป็นเครื่องบ่มพระโพธิญาณเหล่านี้จึงจัดเป็นบารมี ๑๐ อุปบารมี ๑๐ และปรมัตถบารมี ๑๐ (๓๓ / ๓๖ / ๓๒) แม้จะมีความยากลำบากเพียงไร พระโพธิสัตว์ก็สามารถปฏิบัติได้อย่างไม่ขัดเคืองใจ และกลับเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายสำหรับพระโพธิสัตว์ผู้มุ่งมั่นต่อพระโพธิ ญาณดังพระพุทธพจน์ที่ตรัสในคราวเสวยพระชาติเป็นพญานาคภูริทัตตะความว่?/p>

การที่เราสละชีวิตของตนเป็นของเบาแม้กว่าหญ้?br> การล่วงศีลของเราเป็นเหมือนดังว่าพลิกแผ่นดินขึ้?br> (๓๓ / ๑๗ / ๗๔?

อีกทั้งบุคคลผู้ได้ชื่อว่?เป็นพระโพธิสัตว์ย่อมเห็นพระโพธิญาณ เป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหม?แม้กระทั่งชีวิ?และสิ่งเสมอด้วยชีวิต คื?บุตร แล?ภรรย?ไม่ใช่ชีวิตและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตนจะไม่สำคัญ แต่เพราะตนเห็นว่?พระโพธิญาณ มีความสำคัญกว่ายิ่งนัก เพราะเป็นหนทางที่จะทำให้ชีวิตทั้งของตนและผู้อื่นพบกับความสุขที่แท้จริงและชั่วนิรันดร์ได้ ดังพุทธดำรัสที่ได้ตรัสในขณะเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดรมีความว่า

?เราสละพ่อชาลีและแม่กัณหาชินา ผู้เป็นบุตรธิดาและพระนางมัทร?br> เทวีผู้มีจริยาวัตรงดงามไม่คิดถึงเล?เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณนั้นเอง
บุตรทั้งสอง…พระเทวีมัทรีเป็นที่น่ารังเกียจก็หาไม่แต่พระสัมพัญญุต
ญา?เป็นที่รักของเรา เพราะฉะนั้นเราจึงให้บุตรธิดาและภรรยาผู้เป็นที่รั?br> (๓๓ / ๑๑?๑๑?/ ๗๔?

ความตั้งใจมั่นในการบำเพ็ญซึ่งบารมีของพระโพธิสัตว์ผู้ยอมสละได้แม้ชีวิตตนและสิ่งอันเสมอด้วยชีวิตคือบุตรและภรรย?จึงเปรียบเสมือนการที่บุคคลได้เผชิญกับโรคร้ายซึ่งเปรียบเสมือนความทุกข์ในวัฏฏสงสาร แต่มีความประสงค์ที่จะหายขาดจากโรคร้ายนั้นซึ่งเปรียบเสมือนความต้องการที่จะพ้นจากวังวนของวัฏฏสงสาร ก็จำเป็นที่จะต้องทนทุกข์ทรมานจากการเยียวยาที่มีฤทธิ์แรงครั้งใหญ่ซึ่งเปรียบเสมือนกับความกล้าหาญในการบำเพ็ญบารมีแม้ต้องสละชีวิ?เพื่อกลับสู่ภาวะปกติทางร่างกายและมีความสุขดังเดิมตลอดไ?ซึ่งเปรียบเสมือนกับการบรรลุถึงพุทธภาวะซึ่งหมายถึงการเข้าสู่นิพพานฉะนั้?

จากการได้ศึกษาข้างต้นจะเห็นได้ว่?บุคคลผู้ได้ชื่อว่า เป็นพระโพธิสัตว์นั้นคือผู้ดำเนินชีวิตเพื่ออุทิศตนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นอย่างแท้จริง ปณิธาน ?ประการ คื?เครื่องยืนยันถึงความหมายข้อนี้ การยอมเสียสละตนเพื่อสรรพสัตว์ของพระโพธิสัตว์มิใช่เกิดมีขึ้นเพียงคราวใดคราวหนึ่งในบรรดา ?คราว กล่าวคือ ในคราวเป็นพระโพธิสัตว์กำลังบำเพ็ญบารมี พระโพธิสัตว์ก็ทรงมีกรุณาธรรมอันไร้ขอบเขตแก่ปวงสัตว์ผู้ทุกข์ยาก และในคราวเมื่อได้ตรัสรู้ธรรรมเป็นพระพุทธเจ้าแล้วพระโพธิสัตว์ก็มิได้ทอดทิ้งสัตว์โลกผู้มืดบอดไปด้วยอวิชชาให้เผชิญกับความทุกข์ของชีวิ?แต่พระโพธิสัตว์ก็ได้ชี้หนทางเครื่องพ้นจากวังวนแห่งความทุกข์แก่มวลสัตว์ด้วยมหากรุณาคุ?พระโพธ?สัตว์หาใช่อาศัยบารมีธรรมที่ตนได้บำเพ็ญช่วยเหลือสรรพสัตว์เพื่อการบรรลุพระโพธิญาณแล้วเสวยโลกุตตรสุขแต่เพียงผู้เดียวไม่ แต่เจตจำนงของพระโพธิสัตว์ในชั้นแรกคือการบำเพ็ญตนช่วยเหลือผู้อื่นเพื่อให้เป็นบารมีธรรมที่สมบูรณ?อันเป็นเครื่องค้ำหนุนให้ตนบรรลุพระสัพพัญญุตญุตญาณก่อ?แล้วจึงดำเนินการช่วยเหลือสัตว์ทั้งปวงให้บรรลุความสุขอันเป็นความสุขอย่างแท้จริงเหมือนที่ตนได้บรรลุถึงเป็นชั้นที่สองต่อไ?

จุดมุ่งหมายสูงสุดในการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ คื?การได้บรรลุถึงพุทธภาวะอันได้แก่การได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้?การเข้าถึงพุทธภาวะเป็นสิ่งพึงปรารถนาของพระโพธิสัตว?เพราะความเป็นพระพุทธเจ้าเป็นอุดมภูมิที่อยู่ในอุดมคติของพระโพธิสัตว์ทุกองค์ การบำเพ็ญบารมีทุกครั้งพระโพธิสัตว์จะปรารภถึงพุทธภูมิเป็นเหตุแห่งการกระทำดังตัวอย่างพุทธดำรัสที่ตรัสในคราวเป็?อกิตติดาบสโพธิสัตว์ความมีว่า

เมื่อเราให้ทานแก่อินทพราหมณ์นั้น เราจะได้ปรารถนายศและลา?br> ก็หามิได?แต่เราปรารถนาพระสัพพัญญุตญาณเท่านั้นจึงได้ประพฤต?br> กรรมเหล่านั้?ฉะนี้แ?br> (๓๓ / ๑๐ / ๗๒?

การบำเพ็ญบารมีแต่ละคราวนั้นพระโพธิสัตว์มิได้หวังผลอย่างอื่นเป็นจุดมุ่งหมายหลักอันเบี่ยงไปจากความปรารถนาพระสัพพัญญุตญาณ ทั้งนี้อาจกล่าวได้ว่?ความปรารถนาพระสัพพัญญุตญาณก็คื?ความปรารถนาความสุขให้เกิดแก่มวลสรรพสัตว์เพราะการหวังที่จะได้บรรลุพระสัพพัญญุตญาณ คื?ความต้องการที่ช่วยเหลือสัตว์ทั้งมวลให้พ้นจากทุกข์อันเป็นทุกข์ประจำ คื?ชาติ ชร?มรณะ อย่างถูกวิธี แต่ทั้งนี้พระโพธิสัตว์มีความจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือตัวเองพัฒนาตัวเองให้สามารถเป็นที่พึ่งของตัวเองได้เสียก่อ?จึงจะสามารถแนะนำหรือช่วยเหลือผู้อื่นได?อุปมาเหมือนบุคคลจะช่วยเหลือผู้อื่นขึ้นจากตมได้นั้น จะต้องช่วยเหลือตัวเองให้พ้นจากตมนั้นเสียก่อน ฉะนั้น พระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีธรรมทั้งหลายด้วยมีความปราถนาพระโพธิญาณเป็นเหตุปรารภทำให้พระโพธิสัตว์มีความมุ่งมั่นจริงใจต่อวัตรปฏิบัติในบารมี ในขณะเดียวกันบารมีธรรมทั้งหลายก็เป็นเหตุแห่งความสัมฤทธิ์ คื?การบรรลุพระโพธิญาณ จึงกล่าวได้ว่า การบำเพ็ญบารมีธรรมกับความใคร่ปรารถนาซึ่งพระโพธิญาณเป็นเหตุปัจจัยหนุนเนื่องแก่กันและกันให้เกิดขึ้?/p>

อนึ่งเมื่อกล่าวถึงจุดมุ่งหมายแห่งการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์แล้วจะเห็นได้ว่าย่อมเป็นไปเพื่?br>           ? การตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณของพระโพธิสัตว์เองก่อ?br>           ? การรื้อขนปวงชนทั้งหลายทั้งปวงออกไปจากห้วงทุกข์ระทมแห่งการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ (บุณย?นิลเกษ, ๒๕๓๔ ? ๔๒)

จุดมุ่งหมายทั้งสองนี้เป็นสิ่งที่บุคคลผู้เป็นพระโพธิสัตว์มีเหมือนกั?เพราะพระโพธิสัตว์ทุกองค์ได้ชื่อว่าเป็นนิยตโพธิสัตว์คือสัตว์ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแน่นอนหากไม่ละทิ้งความพยายามเสียในระหว่า?และจะต้องทำหน้าที่ของความเป็นพระโพธิสัตว?ผู้ก้าวเข้าสู่ความเป็นพระโพธิสัตว์จะต้องอยู่ในระเบียบปฏิบัติเหล่านี้

***

ที่ม?: พระมหาจู่ล้อ?ชูเลื่อน. (๒๕๔๖). ความกล้าหาญทางจริยธรรมในการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ในทศชาติชาด?/u>. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาจริยศาสตร์ศึกษ?บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Wednesday 4 October, 2006 11:07 PM