บิ๊กแบงและอนัตตา
 

ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำำภาควิชามนุษยศาสตร?
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


***

ทฤษฎ?“บิ๊กแบง?(Big Bang Theory) เป็นทฤษฎีทางดาราศาสตร์ที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจักรวาล ปัจจุบันเป็นทฤษฎีที่เป็นที่เชื่อถือและยอมรับมากที่สุ?ทฤษฎีบิ๊กแบงเกิดขึ้นจากการสังเกตของนักดาราศาสตร์ที่ว่า ขณะนี้จักรวาลกำลังขยายตั?ดวงดาวต่าง ?บนท้องฟ้ากำลังวิ่งห่างออกจากกันทุกที เมื่อย้อนกลับไปสู่อดีต ดวงดาวต่าง?จะอยู่ใกล้กันมากกว่านี?และเมื่อนักดาราศาสตร์คำนวณอัตราความเร็วของการขยายตัวทำให้ทราบถึงอายุของจักรวาลและการคลี่คลายตัวของจักรวา?รวมทั้งสร้างทฤษฎีการกำเนิดจักรวาลขึ้นอีกด้วย

ตามทฤษฎีนี?จักรวาลกำเนิดขึ้นเมื่อประมาณ ๑๕,๐๐?ล้านปีที่แล้?ก่อนการเกิดของจักรวา?ไม่มีมวลสา?ช่องว่าง หรือกาลเวล?จักรวาลเป็นเพียงจุดที่เล็กยิ่งกว่าอะตอมเท่านั้?และด้วยเหตุใดยังไม่ปรากฏแน่ชัด จักรวาลที่เล็กที่สุดนี้ได้ระเบิดออกอย่างรุนแรงและรวดเร็วในเวลาเพียงเศษเสี้ยววินาที (Inflationary period) แรงระเบิดก่อให้เกิดหมอกธาตุซึ่งแสงไม่สามารถทะลุผ่านได้ (Plasma period)

ต่อมาจักรวาลที่กำลังขยายตัวเริ่มเย็นลง หมอกธาตุเริ่มรวมตัวกันเป็นอะตอ?จักรวาลเริ่มโปร่งแสง ในทางทฤษฎีแล้วพื้นที่บางแห่งจะมีมวลหนาแน่นกว่า ร้อนกว่า และเปล่งแสงออกมามากกว่?ซึ่งต่อมาพื้นที่เหล่านี้ได้ก่อตัวเป็นกลุ่มหมอกควันอันใหญ่โตมโหฬา?และภายใต้กฎของแรงโน้มถ่ว?กลุ่มหมอกควันอันมหึมานี้ได้ค่อยๆ แตกออก จนเป็นโครงสร้างของ “กาแลกซี?(Galaxy) ดวงดาวต่าง ?ได้ก่อตัวขึ้นในกาแลกซี และจักรวาลขยายตัวออกอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบั?

นักดาราศาสตร์คำนวณว่าจักรวาลว่าประกอบไปด้วยกาแลกซีประมาณ ?ล้านล้านกาแลกซ?และแต่ละกาแลกซีมีดาวฤกษ์อย่างเช่นดวงอาทิตย์อยู่ประมา??ล้านล้านดว?และสุริยจักรวาลของเราอยู่ปลายขอบของกาแลกซีที่เรียกว่?“ทางช้างเผือก” (Milky Galaxy) และกาแลกซีทางช้างเผือกก็อยู่ปลายขอบของจักรวาลใหญ่ทั้งหมด เราจึงมิได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาลเล?ไม่ว่าจะในความหมายใด

ในปี ?? ๒๕๓๕ ดาวเทียม “โคบี” (COBE) ขององค์การนาซ่าแห่งสหรัฐอเมริก?ซึ่งถูกส่งขึ้นไปเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของจักรวาลโดยเฉพา?ได้ค้นพบรังสีโบราณ ซึ่งบ่งบอกถึงโครงสร้างของจักรวาลขณะเมื่อจักรวาลมีอายุเพียง ๓๐?๐๐?ปี นับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่ยืนยันว่?จักรวาลกำเนิดขึ้นมาจากจุดเริ่มต้นของการระเบิ?และคลี่คลายตัวตามคำอธิบายในทฤษฎี “บิ๊กแบง?จริง

เมื่อได้ทฤษฎีการกำเนิดจักรวาลแล้?นักดาราศาสตร์ก็สนใจว่าจักรวาลจะสิ้นสุดลงอย่างไ?มีทฤษฎีที่อธิบายเรื่องนี้อยู??ทฤษฎ?

ทฤษฎีแรก กล่าวว่า เมื่อแรงระเบิดสิ้นสุดล?มวลอันมหึมาของกาแลกซีต่างๆ จะดึงดูดซึ่งกันและกั?ทำให้จักรวาลหดตัวกลับจนกระทั่งถึงกาลอวสา?

ทฤษฎีที่สอ?อธิบายว่?จักรวาลจะขยายตัวในอัตราช้า ?จึงเชื่อว่าน่าจะมี “มวลดำ?dark matter) ที่เรายังไม่รู้จักปริมาณมหึมาคอยยึดโยงจักรวาลไว้ จักรวาลจะขยายตัวไปเรื่อย?จนยากแก่การสืบค้?

ส่วนสตีเฟ่?ฮอว์กกิ้?(Stephen Hawking) ได้เสนอทฤษฎีที่สามว่?จักรวาลจะขยายตัวในอัตราความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุ?

ทฤษฎีบิ๊กแบงนั้นได้รับการเชื่อมต่อด้วยทฤษฎีวิวัฒนากา?(Evolution Theory) ของชาร์ล ดาร์วิ?(Charles Darwin) เมื่อโลกเย็นตัวลงนั้?ปฏิกิริยาเคมีจากมวลสารในโลกในที่สุดแล้วก่อให้เกิดไอน้ำ และไอน้ำก่อให้เกิดเม?และเมฆตกลงมาเป็นฝน ทำให้เกิดแม่น้?ลำธา?ทะเล และมหาสมุท?
วิวัฒนาการนี้มีลักษณะแบบ “ก้าวกระโดด” (Emergent Evolution) เมื่อมีสารอนินทรีย์และน้ำปริมาณมหาศาลเป็นเวลาที่ยาวนาน ในที่สุดคุณภาพใหม่คื?“ชีวิต?ก็เกิดขึ้น

จากโครงสร้างของเซลล์ ?เดีย?ชีวิตได้วิวัฒนาการซับซ้อนยิ่งขึ้นจนเป็นอาณาจักรพืชและสัตว์ การต่อสู้กับสิ่งแวดล้อมในโลกธรรมชาติทำให้ชีวิตวิวัฒนาการแบบกาวกระโดดจากสัตว์น้?เช่น หนอนทะเล และปลา มาสู่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้?เช่น ปลาตีน กบ และสัตว์เลื้อยคลาน มาสู่สัตว์บก เช่น สิงห์สาราสัตว์ มาสู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน?เช่น ลิ?มนุษย์ ทั้งหมดนี้กินเวลาหลายร้อยล้านป?

ในวิวัฒนาการแบบก้าวกระโดดของจักรวาลและโลกนี้ มีคุณภาพใหม่ที่สำคัญเกิดขึ้นอย่างน้อยที่สุ??ประการ คื?มวลสาร น้?ชีวิ?แล?“จิตใจ?(Mind) นักชีววิทยาสังเกตว่า รูปแบบของชีวิตที่ซับซ้อนนับตั้งแต่ปลาขึ้นมาล้วนมีสิ่งที่เรียกว่าจิตใจเกิดขึ้นแล้?เช่น ปลาโลม?แม?สุนั?และลิง แต่ที่มีคุณภาพสูงสุดได้แก่ “จิตใจ?ของมนุษย?

จิตใจจึงเป็นปรากฏการณ์ (phenomena) ที่เป็นผลผลิตของวิวัฒนาการของจักรวาลนี?กล่าวคือ เป็นจิตใจที่ใฝ่หาความรู้ความเข้าใจในตัวเอง มีความอิจฉาริษยา ขณะเดียวกันก็มีความเมตตากรุณ?และใฝ่หาคุณธรร?และสัจธรรม

พุทธศาสนายอมรับการมีอยู่ของจิตใจ แต่ปฏิเสธทฤษฎี “จิตอมตะ?(อาตมัน) ของศาสนาพราหมณ?และนำเสนอทฤษฎี “อนัตตา” ขึ้นมาแทนโดยอธิบายว่?ร่างกายและจิตใจนั้นอิงอาศัยซึ่งกันและกันอย่างแยกไม่ออก จิตนั้นมีอยู?แต่มีอยู่อย่างไม่เป็นตัวเป็นตน เป็น “อนัตตา” (ความไม่ตัวตนที่แท้จริง : non-self)

ทฤษฎ?“บิ๊กแบง?และทฤษฎีวิวัฒนาการจึงมายืนยันทฤษฎี “อนัตตา” อันเป็นแก่นสารสาระของพุทธศาสนาอย่างน่าอัศจรรย์

***

ที่ม?: หนังสือพิมพ์มติชนรายวั? ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ ** ตุลาคม ?? **** ปีที?** ฉบับที?****. คอลัมน์หน้าต่างความจริ? หน้า ?

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Monday 2 October, 2006 1:57 PM