๒๐?ปีแห่งการปฏิรูปพุทธศาสนาของไทย
 

ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำำภาควิชามนุษยศาสตร?
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


***

วันที่ 18 ตุลาคม พุทธศักราช 2547 เป็นวันครบรอ?200 ปีแห่งพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หั?(รัชกาลที?4) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ทรงเป็นพระบิดาแห่งการปฏิรูปพุทธศาสนาในสังคมไท?เราอาจจะถือโอกาสนี้เป็นวาระแห่งการครบรอบ 200 ปีแห่งการปฏิรูปพุทธศาสนาในประเทศไท?

ยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อาจถือได้ว่าเป็นยุคหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของสยามประเทศก็ว่าได?เนื่องจากเป็นยุคที่ยุโรปได้ผ่านการฟื้นฟูศิลปวิทยาการและผ่านการปฏิวัติอุตสาหกรรมแล้?ชาวตะวันตกจึงออกล่าอาณานิคมไปทั่วโลก รวมทั้งในทวีปเอเชี?ด้วยเทคโนโลยีทางทหารที่เหนือกว่าชนพื้นเมืองทั้งปวงอย่างเทียบกันไม่ได?

ยุคสมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์ทรงต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากตะวันตกอย่างน้อย 3 ประการด้วยกันคือ ลัทธิอาณานิค?ศาสนาคริสต?และวิทยาศาสตร์จากตะวันตก พร้อมๆไปกับลัทธิอาณานิคม บาทหลวงมิชชันนารี่ได้ออกเผยแพร่ศาสนาคริสต์ และชาวตะวันตกก็ได้นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาเผยแพร่ด้ว?

เมื่อต้องทรงเผชิญกับภัยคุกคามเช่นนี้แล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงสำรวจตรวจสอบสังคมไทย ว่าจะมีสิ่งใดที่พอจะเป็นฐานแห่งสติปัญญาในการต่อสู้กับภัยคุกคามดังกล่าว ในที่สุดพระองค์ทรงไม่เห็นสิ่งใดนอกไปจากพุทธศาสนา แต่พุทธศาสนาในสังคมไทยขณะนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวของเทพนิยา?อิทธิปาฏิหาริย?สิ่งเหนือธรรมชาต?และไสยศาสตร์ สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดล้วนเป็นเหตุให้พุทธศาสนาอยู่ในสภาพอ่อนแ?ไม่อาจเป็นฐานปัญญาในการต่อสู้กับภัยคุกคามจากตะวันตกได้

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระดำริที่จะให้มีการปฏิรูปพุทธศาสนาในสังคมไทยขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของไทย การปฏิรูปของพระองค์ดำเนินไปใ?2 แนวทางคื?การปฏิรูปคำสอนของพุทธศาสนา และการปฏิรูปองค์การของพุทธศาสน?ซึ่งพระองค์ทรงกระทำไปพร้อมๆกัน

 

การปฏิรูปคำสอนพุทธศาสน?

การปฏิรูปคำสอนของพุทธศาสนานั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำวิธีวิทยา (Methodology) จากตะวันตกเองมาใช้ กล่าวคือ ทรงน?“เหตุผลนิยม” (Rationalism) มาตีความพุทธศาสนาของไทยเพื่อให้เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น ทรงตัดทอนเรื่องราวอันเป็นอิทธิปาฏิหาริย์ สิ่งเหนือธรร??าต?และไสยศาสตร์ออ?เพื่อให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งเหตุผลอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อที่งมงายแบบไสยศาสตร์ของท้องถิ่นไทยในเขตรอบนอกและในชนบท ทำให้ไสยศาสตร์กลายเป็นคนละสิ่งกับพุทธศาสนา

กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งทรงเป็นเชื้อพระวงศ์และต่อมาได้ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้?ทรงเป็นผู้มีบทบาทอย่างสำคัญในการสานต่องานปฏิรูปของรัชกาลที?4 โดยนอกจากจะนิพนธ์หนังสือเรื่อง “นวโกวาท?แล้ว ยังทรงแต่งหนังสื?“พุทธประวัติ?ตามแนวทางปฏิรูปอีกด้วย หนังสื?“พุทธประวัติ?ดังกล่าว ได้กลายเป็นหนังสือของไทยเล่มแร?ที่เล่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในฐานะมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่?ที่ทรงออกค้นคว้าหาความจริง และในที่สุดทรงค้นพบพระธรรมอันเป็นกฎเกณฑ์ของธรรมชาต?โดยไม่มีเรื่องของอิทธิปาฏิหาริย์ใดๆเจือป?

การปฏิรูปคำสอนของพุทธศาสนา ได้รับการสานต่อสืบทอดกันมาโดยพระสงฆ์สายธรรมยุติในระยะแรกเป็นหลักใหญ่ เนื่องจา?“ธรรมยุติกนิกาย” ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจัดตั้งขึ้นนั้?พระองค์ได้ทรงชักชวนกุลบุตรของขุนนา?ให้ออกบวชเพื่อสืบทอดงานปฏิรูปพุทธศาสนาที่พระองค์ได้ทรงริเริ่มขึ้?พระภิกษุในสายธรรมยุติในระยะแรกจึงเป็นผู้มีการศึกษาสู?สามารถทำหน้าที่สานต่องานปฏิรูปพุทธศาสนาได้อย่างดียิ่?

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิรูประบบการศึกษาสมัยใหม่ขึ้น มีการจัดตั้งโรงเรียนขึ้นในวัดทั่วประเท?และมีพระภิกษุทำหน้าที่เป็นครูผู้สอนและอบรมศีลธรรมจรรยาไปด้วยในตั?การศึกษาที่ควบคู่กับศาสนาจึงขยายลงสู่สามัญชนอย่างกว้างขวาง เมื่อระบบการศึกษาพัฒนาขึ้น เกิดวิชาชีพครู และเกิดความรู้เฉพาะด้านมากขึ้น ทำให้โรงเรียนต่างๆเริ่มแยกตัวออกจากวัด อย่างไรก็ตามระบบการศึกษาสมัยใหม่นี้ทำให้ประชาชนได้รับการศึกษามากขึ้น ส่งผลให้พระภิกษุสายมหานิกายอันเป็นพระสงฆ์ส่วนใหญ่ของประเทศ พลอยได้รับการศึกษามากขึ้นด้ว?

เมื่อสังคมก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ลูกขุนนางที่จะออกบวช (แบบตลอดชีวิต) ในสายธรรมยุติเริ่มหายากขึ้นทุกที (รูปสุดท้ายที่มีชื่อเสียงได้แก่ พระยานรรัตน์ราชมานิตย์ หรือเจ้าคุณนรฯ) ทำให้นิกายธรรมยุติต้องอนุโลมให้ลูกชาวบ้านเข้ามาบวชแทนเพื่อเป็นการแก้ปัญหาพระสงฆ์ขาดแคล?อภิสิทธิ์ทั้งหลายที่พระภิกษุลูกขุนนางเคยได้รับอย่างไ?พระภิกษุลูกชาวบ้านที่เข้ามาบวชในนิกายธรรมยุติก็พลอยได้รับอานิสงค์นั้นไปด้ว?และเนื่องจากนิกายธรรมยุติอยู่ใกล้ชิดอำนาจในส่วนกลา?จึงทำให้แนวคิดค่อนไปทางอนุรักษ์นิย?(conservative) งานปฏิรูปพุทธศาสนาในระยะหลังจึงตกอยู่ที่พระภิกษุสายมหานิกายเป็นหลักใหญ?พระภิกษุซึ่งเป็นลูกชาวบ้านที่มีการศึกษามากขึ้นและอยู่ห่างไกลจากอำนาจ ทำให้แนวคิดค่อนไปทางเสรีนิยม (liberal) มากกว่?

การปฏิรูปคำสอนของพุทธศาสนา ที่ริเริ่มขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หั?ได้รับการสานต่อโดยพระภิกษุทั้งสายธรรมยุติและมหานิกาย และมาสำเร็จสมบูรณ์ในงานของท่านพุทธทา สภิกขุ นักปฏิรูปพุทธศาสนาคนสำคัญของไทยในยุคปัจจุบัน

 

การปฏิรูปองค์การพุทธศาสน?

สำหรับ การปฏิรูปองค์การของพุทธศาสนานั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที?4) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับการจัดองค์การของศาสนาคริสต?ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่สำนักวาติกัน กรุงโร?ประเทศอิตาลี จึงทรงดำริที่จะปฏิรูปองค์การคณะสงฆ์ไทยขึ้นเป็นครั้งแรก โดยให้สอดคล้องกับโครงสร้างทางสังคมการเมืองของสยามประเท?

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงนำเอาโครงสร้างของฝ่ายอาณาจักรเป็นแบบอย่า?ในการกำหนดรูปแบบการปกครองของฝ่ายศาสนจักร ดังนี้

ฝ่ายอาณาจักร ฝ่ายศาสนจักร
1. พระมหากษัตริย์ 1. สมเด็จพระสังฆราช
2. ขุนนาง 2. “ธรรมยุติกนิกาย”
3. ประชาช? 3. พระสงฆ?

ฝ่ายอาณาจักรมีประมุขสูงสุดคื?“พระมหากษัตริย์” ฝ่ายศาสนจักรก็มีประมุขสูงสุดคื?“สมเด็จพระสังฆราช” แต่ในขณะที่พระมหากษัตริย์ทรงมีเหล่?“ขุนนาง” ช่วยทำหน้าที่ในการปกครองประชาชนทั่วประเท?ฝ่ายศาสนจักรสมเด็จพระสังฆราชกลับไม่มีพระสงฆ์ที่เป็นขุนนางมาช่วยเหลือในการปกครอ?พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงจัดตั้?“ธรรมยุติกนิกาย” ขึ้น โดยทรงชักชวนกุลบุตรของเหล่าขุนนางให้ออกบวช เพื่อให้เป็นพระสงฆ์ในฝ่ายขุนนา?ทำหน้าที่ช่วยเหลือสมเด็จพระสังฆราชในการปกครองพระสงฆ์ทั่วประเทศ

โครงสร้างของคณะสงฆ์นี้สอดคล้องกับการปกครองในระบอ?“สมบูรณาญาสิทธิราชย์?ในขณะนั้?ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที?5) ทรงออกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับแรกขึ้นในป???2445 (??121) โดยให้การปกครองคณะสงฆ์เป็นไปตามโครงสร้างดังกล่าวข้างต้?

เมื่อบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร์ในปี ??2475 จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบ “ประชาธิปไตย?โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขนั้?ต่อมาในป???2484 รัฐบาลของจอมพล ? พิบูลสงครา?ก็ได้ออกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับที?2 ขึ้น โดยมีโครงสร้างที่สอดคล้องกับระบอ?“ประชาธิปไตย?ที่เป็นอยู่ในขณะนั้น ดังนี้

ฝ่ายอาณาจักร ฝ่ายศาสนจักร
1. รัฐสภา 1. สังฆสภ?
2. นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี 2. สังฆนายก และคณะสังฆมนตร?
3.. ศา? 3. คณะวินัยธร

อาณาจักรมี “รัฐสภา” ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ทางศาสนจักรก็ม?“สังฆสภา?ทำหน้าที่ออกกฎหมายในฝ่ายคณะสงฆ?อาณาจักรมี “นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี” ทำหน้าที่ฝ่ายบริหา?ทางศาสนจักรก็ม?“สังฆนายกและคณะสังฆมนตรี?ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริหารคณะสงฆ์ โดยแบ่งออกเป็น 4 องค์กา?(คล้ายกระทรวง) คื?องค์การปกครอ?องค์การศึกษา องค์การเผยแผ?และองค์การสาธารณูปกา?อาณาจักรมี “ศาล?ทำหน้าที่ฝ่ายตุลาการ ทางศาสนจักรก็ม?“คณะวินัยธร” ทำหน้าที่วินิจฉัยคดีและอธิกรณ์ต่างๆของฝ่ายสงฆ์

ในปี ??2501 จอมพลสฤษดิ?ธนะรัชต์ ได้ทำรัฐประหารและนำบ้านเมืองเข้าสู่ยุคมืดแห่?“ระบอบเผด็จการทหาร?หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจในการกำจัดศัตรูทางการเมืองแล้?จอมพลสฤษดิ์ได้ประกาศยกเลิกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับ “ประชาธิปไตย?เสีย แล้วออกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับที่ 3 ขึ้นในปี ??2505 โดยมีโครงสร้างที่สอดคล้องกับ “ระบอบเผด็จการทหาร?ของตนดังนี?

ฝ่ายอาณาจักร ฝ่ายศาสนจักร
1. ผู้นำสูงสุ? 1. สมเด็จพระสังฆราช
2. คณะรัฐมนตร? 2. “มหาเถรสมาคม?
3. ประชาช? 3. พระสงฆ?

อาณาจักรมี “ผู้นำสูงสุด?เป็นผู้มีอำนาจทางการเมือ?ทางศาสนจักรก็คือ “สมเด็จพระสังฆราช” เป็นประมุขสูงสุด อาณาจักรมี “คณะรัฐมนตรี?ที่มาจากการแต่งตั้?ทำหน้าที่ช่วยผู้นำสูงสุดในการปกครองประชาชนทั่วประเทศ ศาสนจักรก็คื?“มหาเถรสมาคม?ที่มาจากการแต่งตั้งเช่นเดียวกั?ทำหน้าที่ช่วยเหลือสมเด็จพระสังฆราชในการปกครองพระสงฆ์ทั่วประเทศ

เมื่อคณะ ??? (คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ) ทำรัฐประหารในป???2535 นั้น มีการแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับที?3 ในบางมาตรา ที่สำคัญคื?พระราชาคณะที่จะมาดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชนั้น ให้เปลี่ยนการพิจารณาจา?“อาวุโสสูงสุดโดยพรรษา” มาเป็น “อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์” แท?พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับที่ออกโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และแก้ไขเพิ่มเติมโดยคณ???? นั้น จึงเป็นพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ที่เป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ ไม่อาจจะแก้ปัญหาของคณะสงฆ์ในสังคมยุคใหม่ได?แต่ก?ยังคงใช้มากระทั่งถึงปัจจุบัน

กระทรวงศึกษาธิการได้ร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับใหม่ขึ้น โดยใช้โครงสร้างของพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับ ปี ??2505 แก้ไขเพิ่มเติม ??2535 เป็นหลักใหญ่ โดยม?“มหาเถรสมาคม?ทำหน้าที่เป็นคณะที่ปรึกษ?แล?ให้ม?“มหาคณิสสร?(มห?คณ?อิสร? ซึ่งเป็นองค์กรใหม่ ทำหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์แท?โดยชูประเด็นที่ว่า “มหาคณิสสร?จะประกอบด้วยพระสงฆ์ที่หนุ่มกว่?จึงย่อมจะบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่?แต่ก็เกิดคำถามขึ้นในหมู่ประชาชนว่า เมื่อโครงสร้างเป็นเผด็จการแล้ว เผด็จการโดยคนหนุ่มจะแตกต่างอะไรไปจากเผด็จการโดยคนแก่ ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา

การปฏิรูปพุทธศาสนาซึ่งริเริ่มขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งดำเนินไปเป็น 2 แนวทางนั้น นับได้ว่าการปฏิรูปคำสอนพุทธศาสนาของไทยประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ทำให้พุทธศาสนาของไทยมีคำสอนที่ลึกซึ้งทันสมัย ไม่น้อยหน้าชาติใดๆในโล?และพุทธศาสนาก็หวนคืนมาสู่ความสนใจของประชาชนผู้มีการศึกษาอย่างกว้างขวาง

ส่วนการปฏิรูปองค์การพุทธศาสนาของไทยนั้?อาจกล่าวได้ว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะการจัดองค์การคณะสงฆ?โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรอบกว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมานั้นมีลักษณะถอยหลังเข้าคลอง กลับไปหายุคมืดแห่ง “ระบอบเผด็จการทหาร?(ซึ่งแย่ยิ่งกว่ายุคขอ?“ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์” เสียอี? ทั้งๆที่บ้านเมืองได้ผ่านการปฏิวัติในเหตุการณ?14 ตุลาคม 2516 เหตุการณ?6 ตุลาคม 2519 และเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ 2535?มาแล้ว

ปัจจุบันเรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดฉบับหนึ่งของโล?ทำไมเราจึงไม่ร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ให้มีโครงสร้างที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบั?เพื่อให้การพระศาสนาทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ หรือมิฉะนั้นทำไมเราจึงไม่คืนอำนาจแก่พระสงฆ์และประชาช?โดยการยกเลิกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์เสีย เพื่อให้พระสงฆ์และประชาชนได้ร่วมกันแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อว่าพุทธศาสนาจะได้แตกหน่ออ่อนและเติบกล้าขึ้นอย่างเป็นอิสระ เพื่อเป็นประทีปแก่โลกในการเผชิญกับปัญหาวิกฤตการณ์ทั้งปวง

***

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Monday 2 October, 2006 2:52 PM